Found 47 results for Tag : น้ำตาลทราย

คลาวด์เบรท 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ปูถาดอบด้วยกระดาษไขหรือแผ่นซิลิโคนรองอบ 2. ตีไข่ขาวในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนฟูและเป็นฟองหยาบๆ ใส่น้ำตาลทรายขาว ตีต่อจนไข่ขาวฟูเเละมีเนื้อละเอียด ใส่แป้งข้าวโพด ตีต่อจนไข่ขาวเป็นฟองตั้งยอดแข็ง เหยาะสีผสมอาหารสีใดก็ได้ตามชอบ ตีให้เข้ากัน 3. ตักไข่ขาวใส่ถาดอบ ปาดให้เป็นก้อนกลมเรียบ นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 30 นาที ปิดเตาและพักคลาวด์เบรทไว้ในเตาอบจนหายร้อน (เพื่อไม่ให้ผิวด้านนอกเหี่ยวฟีบทันที) เมื่อคลาวด์เบรทหายร้อนแล้วนำออกจากเตาอบ บิเป็นคำๆรับประทานได้ทันที 13.08.2020 RECIPE

ขนมปังกระเทียมครีมชีสสไตล์เกาหลี 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ใช้มีดผ่าขนมปังซอฟโรลเป็น 8 ส่วนเท่าๆกันแต่อย่าให้ขาดจากกัน  2. เตรียมส่วนผสมครีมชีสโดยใส่ครีมชีส น้ำตาลทราย วิปปิ้งครีม ไข่ไก่ นมข้นหวาน และน้ำผึ้งลงในอ่างผสม ตีให้เนียนเข้ากัน ตักใส่ถุงบีบ พักไว้ 3. เตรียมส่วนผสมเนยโดยผสมเนยละลาย กระเทียม พาร์สเลย์แห้ง และเกลือสมุทร คนให้เข้ากัน พักไว้ 4. บีบครีมชีสระหว่างรอยผ่าขนมปัง เรียงขนมปังใส่ถาด ทำจนครบทั้ง 5 ชิ้น ราดด้วยส่วนผสมเนยให้ทั่วทุกชิ้น นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 15 นาทีจนหน้าขนมปังเหลืองกรอบ 5. จัดเสิร์ฟขนมปังกระเทียมครีมชีสใส่จาน เสิร์ฟร้อนๆ       29.07.2020 RECIPE

ข้าวเหนียวถั่วดำ 1. ทำข้าวเหนียวมูนโดยซาวข้าวเหนียว 2-3 ครั้งด้วยน้ำแกว่งสารส้ม แช่ด้วยน้ำแกว่งสารส้มนาน 6 ชั่วโมง (ถ้าข้าวเหนียวใหม่แช่นาน 2 ชั่วโมง) เทข้าวเหนียวใส่ผ้าขาวบางใส่ลงในหวดทรงสูง ตั้งบนหม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลาง นึ่งประมาณ 25 นาที หรือจนสุก 2. ทำกะทิสำหรับมูนข้าวเหนียวโดยผสมหัวกะทิ เกลือ และน้ำตาล คนให้น้ำตาลละลาย ยกข้าวเหนียวที่นึ่งขณะร้อนๆเทใส่กะละมัง เทกะทิที่ผสม คนให้เข้ากัน ปิดฝาครอบ พักไว้นาน 30 นาที หรือจนข้าวเหนียวดูดกะทิจนแห้ง ใช้พายไม้คนให้เข้ากัน ปิดฝาไว้ 3. ซาวถั่วดำใส่หม้อ ใส่น้ำ 2 ส่วนของถั่ว ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เคี่ยวจนสุกนุ่ม ระหว่างที่ต้ม ถ้าน้ำแห้งให้เติมน้ำ วิธีทดสอบถั่วสุก ตักขึ้นมาบี้ดู ถ้านุ่มเป็นใช้ได้ นำถั่วมาล้างให้สะอาด ใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ 4. ใส่ถั่วดำลงในหม้อ ใส่หัวกะทิ ตั้งบนไฟกลาง ใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลทราย และเกลือ หมั่นคนจนเดือด ชิมรสให้หวานพอดี 5. ตักข้าวเหนียวมูนใส่ถ้วย ราดด้วยแกงบวดถั่วดำ เสิร์ฟ 16.07.2020 RECIPE

ข้าวเหนียวหน้าปลาแห้ง 1. เทข้าวเหนียวใส่ผ้าขาวบาง ใส่ลงในหวดทรงสูง ตั้งบนหม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลาง นำข้าวเหนียวลงนึ่งประมาณ 25 นาที หรือจนสุก 2. ทำกะทิสำหรับมูนโดยผสมหัวกะทิ หางกะทิ น้ำตาล และเกลือ ตั้งไฟกลางพอุ่น และน้ำตาลละลาย ยกข้าวเหนียวที่นึ่งขณะร้อนๆเทใส่กะละมัง เทกะทิที่ตั้งไฟ คนให้เขากัน ปิดฝาครอบ พักไว้นาน 30 นาที หรือจนข้าวเหนียวดูดกะทิจนแห้ง ใช้พายไม้คนให้เข้ากัน ปิดฝาไว้ 3. ย่างปลาช่อนบนเตาถ่านด้วยไฟอ่อนจนสุกแห้ง แกะเนื้อนำมาโขลกให้ละเอียด ใส่ลงในกระทะ คั่วให้เหลืองหอม ใส่น้ำมันหมู คั่วจนกรอบ ใส่หอมแดงเจียว น้ำตาล และเกลือ คั่วพอทั่ว ชิมรสให้หวานและเค็ม 4. ทำกะทิสำหรับหยอดหน้าโดยผสมหางกะทิ แป้งข้าวเจ้า เกลือ และน้ำตาล ตั้งไฟคนพอเดือดและข้น 5. ตักข้าวเหนียวมูนใส่จานหรือกระทงใบเตย หยอดหน้าด้วยกะทิ ใส่หน้าปลาแห้ง เสิร์ฟ   16.07.2020 RECIPE

ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง 1. เทข้าวเหนียวใส่ผ้าขาวบาง ใส่ลงในหวดทรงสูง ตั้งบนหม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลาง นำข้าวเหนียวลงนึ่งประมาณ 25 นาที หรือจนสุก 2. ทำกะทิสำหรับมูนโดยผสมหัวกะทิ หางกะทิ น้ำตาล และเกลือ ตั้งไฟกลางพอุ่น และน้ำตาลละลาย ยกข้าวเหนียวที่นึ่งขณะร้อนๆเทใส่กะละมัง เทกะทิที่ตั้งไฟ คนให้เขากัน ปิดฝาครอบ พักไว้นาน 30 นาที หรือจนข้าวเหนียวดูดกะทิจนแห้ง ใช้พายไม้คนให้เข้ากัน ปิดฝาไว้ 3. ทำหน้ากุ้งโดยใส่มะพร้าวลงในกระทะ เปิดไฟกลาง ใส่น้ำ ผัดให้ทั่ว ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล ใส่สีผสมอาหารให้ออกสีเหลืองอมส้ม ผัดให้เข้ากันและมีสีสวย พอน้ำแห้งและเนื้อมะพร้าวนิ่ม ใส่พริกไทยป่น และเนื้อกุ้งสับ ผัดให้สุกและแห้ง ปิดไฟ ใส่ใบมะกรูดซอย 4. ตักข้าวเหนียวมูนใส่ถ้วย ใส่หน้ากุ้ง เสิร์ฟ 16.07.2020 RECIPE

มันหวานญี่ปุ่นไส้คัสตาร์ด 1. ล้างมันหวานโดยเปิดน้ำเบาๆผ่าน ใช้แปรงหรือมือถูให้สะอาด สะเด็ดน้ำ ผ่าครึ่งมันหวานตามยาว 3 หัว จะได้ทั้งหมด 6 ซีก อีก 2 หัวที่เหลือปอกเปลือกให้หมด แล้วหั่นเป็นชิ้น 1 ซม. นำมันหวานทั้งหมดล้างน้ำให้สะอาดอีกครั้ง สะเด็ดน้ำพอหมาด แต่ไม่ต้องเช็ดให้แห้ง นำมันใส่ชามแก้วที่เข้าไมโครเวฟได้ ปิดด้วยพลาสติกแรป เข้าเข้าไมโครเวฟไฟ 600W ประมาณ 5-7 นาทีจนมันสุก ทดสอบโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มเนื้อมันแล้วนุ่ม นำออกจากไมโครเวฟ  2. ใช้ช้อนเล็กคว้านเนื้อมันหวานออกจากเปลือกให้เหลือติดกับเปลือกเพียงเล็กน้อย ทำจนครบ 6 ซีก นำเนื้อมันหวานทั้งหมดบดผ่านตะแกรงจนละเอียด (หรือบดด้วยที่บดมันฝรั่ง) 3. แบ่งเนื้อมันหวานบดออกมา 350 กรัม ใส่น้ำตาล เนย วิปปิ้งครีม และไข่แดง 1 ฟอง ผสมให้เข้ากัน นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 1 นาที นำออกมาคนให้เข้ากันอีกที  4. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ตักเนื้อมันหวานปรุงรสใส่กลับเข้าไปในเปลือกมันหวาน เกลี่ยให้พูนสวยตามชอบ ทำทั้งหมด 6 ชิ้น เรียงใส่ในถาดอบ ผสมไข่แดงที่เหลือ 1 ฟองกับน้ำเล็กน้อย ใช้แปรงเพสทรีทาให้ทั่วหน้ามันหวาน โรยด้วยงาดำตามชอบ นำเข้าอบ 15 นาทีจนหน้าขนมสีเหลืองตามชอบ 5. เสิร์ฟมันหวานไส้คัสตาร์ดญี่ปุ่นขณะอุ่นๆกับชาเขียว ุ 02.07.2020 RECIPE

แซนด์วิชโบราณ 1. ทำน้ำสลัดโบราณโดยใส่ไข่แดงไข่ไก่ น้ำตาลทราย เกลือป่น นมข้นหวาน และมายองเนส ลงในอ่างผสมใบใหญ่ ใช้ตะกร้อมือตีส่วนผสมให้เข้ากัน 2. ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง ให้พอเดือด นำอ่างผสมไปวางบนหม้อน้ำร้อน ใช้ตะกร้อมือคนผสมให้เข้ากัน ความร้อนจากไอน้ำในหม้อจะช่วยให้น้ำตาลละลายเข้ากันดี พอน้ำตาลทรายละลายหมด ยกลงจากหม้อทันที 3. ใส่น้ำส้มสายชู น้ำมันรำข้าวลงในอ่างผสมและแต่งสีด้วยการหยดสีผสมอาหารสีเหลืองไข่ลงไปเล็กน้อย ใช้ตะกร้อมือตีให้เข้ากันอีกครั้ง จนน้ำสลัดเข้ากัน 4. วางขนมปังแซนด์วิชทั้งสองแผ่นลงบนเขียง ทาน้ำสลัดให้ทั่วขนมปังทั้งสองแผ่น วางโบโลน่า 2 แผ่นบนขนมปังแผ่นใดแผ่นหนึ่ง จากนั้นประกบด้วยขนมปังอีกแผ่น ใช้มีดหั่นแซนด์วิชตามแนวทะแยงให้เป็นชิ้นสามเหลี่ยม  5. ทาน้ำสลัดลงบนแซนด์วิชที่ตัดแล้วให้ทั่ว วางหมูหยอง 20 กรัม ลงตรงกลางเขียง นำขนมปังแซนด์วิชชิ้นสามเหลี่ยมที่ตัดไว้ 2 ชิ้น วางตั้งประกบข้างๆกองหมูหยอง ค่อยๆกอบหมูหยองเข้าหากันแล้วประกบแซนด์วิชเข้าด้วยกัน ทำวิธีนี้หมูหยองจะอยู่ตรงกลางชิ้นแซนด์วิชพอดี    ทำจนครบ 17 ชิ้น จากนั้นนำไปแพ็คใส่กล่องเก็บไว้หรือรับประทานได้ทันที หมายเหตุ การนำโบโลน่าไปลวกหรือนึ่งก่อน จะทำให้แซนด์วิชเก็บได้นานมายิ่งขึ้น ถ้าไม่มีไม่สีผสมอาหารสีเหลืองไข่ ไม่ต้องใส่ก็ได้ ก็จะได้สีน้ำสลัดสีขาว 25.06.2020 RECIPE

ชูโรส 1. ใส่น้ำ เนย และเกลือป่นลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนเดือด ใส่แป้งสาลีลงไป ลดเป็นไฟอ่อน ใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน เมื่อแป้งจับกันเป็นก้อน แล้วผัดแป้งในหม้อต่อประมาณ 1-3 นาที  ปิดไฟ เทแป้งใส่อ่างผสม  2. ใส่ไข่ไก่และกลิ่นวานิลลาลงไป ผสมให้เข้ากัน ตักแป้งใส่ถุงบีบ บีบชูโรสเป็นรูปห่วงไขว้กันบนกระดาษไข บีบจนหมดแป้ง 3. ตั้งกระทะน้ำมันพืชบนไฟกลาง ค่อยๆยกกระดาษไขที่มีชูโรสคว่ำลงในน้ำมัน ทอดจนชูโรสสุกเหลือง ดึงกระดาษไขออกจากชูโรส พลิกกลับด้านทอดต่อให้เหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมันและหายร้อน 4. จุ่มชูโรสลงในช็อกโกแลตละลาย โรยตกแต่งด้วยเกล็ดน้ำตาลทันที จัดใส่จาน เสิร์ฟ 23.06.2020 RECIPE

Basque Burnt Cheesecake 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ปูกระดาษไข 2 ชั้นด้านในพิมพ์เค้ก โดยให้ชายกระดาษไขพ้นพิมพ์ขึ้นมาอย่างน้อย 2 นิ้ว ตัดชายกระดาษที่ยาวเกินให้เรียบร้อย 2. ใส่ครีมชีส น้ำตาลทราย และแป้งข้าวโพดลงในโถตี ใช้หัวตีใบพัดตีด้วยความเร็วปานกลางจนส่วนผสมเนียนนุ่ม 3. ต่อยไข่ไก่ลงในชาม ใส่กลิ่นวานิลลา พักไว้ 4. ค่อยๆเทไข่ไก่ทีละฟองลงในโถตี ใส่น้ำเลมอน วิปปิ้งครีม ตามลำดับ ลดเป็นความเร็วต่ำ ตีจนเนื้อชีสเค้กเนียน ปิดเครื่อง 5. เทชีสเค้กใส่พิมพ์ ให้ต่ำกว่าขอบพิมพ์ 1 ซม. นำเข้าอบในเตาอบนาน 30 นาที นำออกจากเตา พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท เข้าตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงหรือข้ามคืน แล้วจึงยกออกจากพิมพ์ (ชีสเค้กชนิดนี้ควรรับประทานแบบเย็นๆ) 08.06.2020 RECIPE

คาราเมลคอฟฟี่เจลลี่ (Caramel coffee jelly) 1. ทำเจลลี่กาแฟ โดยแช่เจลลาตินผงในน้ำเย็นทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีให้เจลลาตินดูดน้ำ พักไว้ ผสมผงกาแฟ น้ำตาลทรายและน้ำร้อน คนให้เข้ากัน ใส่เจลลาตินที่พองตัวแล้วลงไป คนให้ละลายเข้ากันอีกครั้ง เทใส่ภาชนะ นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดานาน 1-2 ชั่วโมง หรือจนเจลลี่เซ็ตตัวดี 2. ทำซอสคาราเมลโดย ใส่น้ำตาลทรายและน้ำลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ปล่อยให้น้ำตาลละลายและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคาราเมล ปรับเป็นไฟอ่อน ใส่เนย คนให้เข้ากัน ค่อยๆเทวิปปิ้งครีมลงไป ใส่เกลือป่นและกลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น 3. ทำกาแฟปั่นโดยชงผงกาแฟกับน้ำร้อน  คนให้ละลายเข้ากันดี ใส่น้ำแข็งลงในโถปั่น เทกาเฟที่ชงไว้ลงไป ตามด้วยนมสด นมข้นจืด และซอสคาราเมล ปั่นจนละเอียดเข้ากัน 4. จัดแก้วโดย ใช้มีดตัดเจลลี่กาแฟเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด1x1 ซม. ตักเจลลี่ใส่แก้วประมาณ ¼ ของแก้ว เทกาแฟปั่นลงไป บีบวิปปิ้งครีมและซอสคาราเมลด้านบน ตกแต่งด้วยป๊อบคอร์นรสคาราเมล เสิร์ฟ 24.05.2020 RECIPE

บราวนีเตาติ๊ง 1. อุ่นเตาติ้งไฟบน-ล่างที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส เลื่อนตะแกรงลงมาที่ตำแหน่งล่างสุด รอไว้ เตรียมพิมพ์ขนมโดยปูกระดาษไขให้ทั่วพิมพ์ 2. ละลายช็อกโกแลตโดยตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง ใส่ดาร์กช็อกโกแลตในอ่างผสม ยกขึ้นวางบนหม้อน้ำร้อน พอช็อกโกแลตละลาย ยกลง ใส่เนยสดชนิดจืด คนให้ละลายเข้ากัน 3. ตีน้ำตาลทรายและไข่ไก่ในอ่างผสมด้วยตะกร้อมือ ใส่กลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน เทช็อกโกแลตที่ละลายไว้ลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้งด้วยพายยาง ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู และเกลือรวมกันในชาม ร่อนส่วนผสมแป้งลงในอ่างช็อกโกแลต ตะล่อมให้เข้ากัน ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ (แบ่งไว้โรยหน้าเล็กน้อย) คนเบาๆ ให้เข้ากัน 4. เทส่วนผสมบราวนีใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ เกลี่ยด้วยพายยางให้หน้าเรียบ โรยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่เหลือให้ทั่ว นำเข้าอบในเตาติ้งนาน 35 นาทีหรือจนสุก (ทดสอบโดยใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มแล้วไม่มีเนื้อบราวนีเหลวๆติดไม้ขึ้นมา) นำออกจากเตาพักไว้ให้หายร้อน 5. นำบราวนีออกจากพิมพ์ ลอกกระดาษไขออก ใช้มีดฟันเลื่อยตัดแบ่งเป็นชิ้นขนาด 4X4 ซม. เสิร์ฟ   20.05.2020 RECIPE

ชาร์ลอตทีรามิสุ 1. ทำเลดี้ฟิงเกอร์โดยอ่นุ เตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ เตรียมถาดอบ โดยปูกระดาษไข เตรียมไว้ 2. ตีไข่ขาวในเครื่องตีเค้กโดยใช้หัวตีตะกร้อ ตีด้วยความเร็วสูงสุดจนขึ้นฟู ค่อยๆ ใส่น้ำตาลทีละน้อยจนหมด ตีจนไข่ขาวตั้งยอดแข็ง ส่วนไข่แดงใส่ในอ่างผสมใบใหญ่ ใส่กลิ่นวานิลลา ตีด้วยตะกร้อมือจนน้ำตาลละลายตักไข่ขาวที่ตีลงในอ่างไข่แดง ตะล่อมให้เข้ากัน ใส่แป้งที่ร่อนไว้ ตะล่อมด้วยพายยางเบาๆ ให้เข้ากัน ตักใส่ถุงบีบที่ใส่หัวบีบกลม บีบเลดี้ฟิงเกอร์บนกระดาษไขที่เตรียมไว้ โดยบีบให้ ติดกัน ขนาดความกว้าง 1 ½ นิ้วยาว 7 นิ้ว บีบเป็นวงกลม ทำจนหมดแป้ง โรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิ่ง นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนานประมาณ 5-7 นาที หรือจนสุก (ทดสอบโดยใช้นิ้วกดแล้วเนื้อเค้กเด้งกลับขึ้นมา) ยกออกจากเตาอบ พักไว้พออุ่น แล้วลอกเนื้อเค้กออกจากกระดาษไข 3. ห่อด้านล่างพิมพ์วงแหวนด้วยแผ่นอะลูมินั่มฟอยล์ นำเลดี้ฟิงเกอร์มาตัดขอบบนและล่างออกเล็กน้อยแล้วนำไปม้วนใส่ในพิมพ์วงแหวนที่เตรียมไว้ 4. ทำครีมทิรามิสุโดยแช่แผ่นเจลลาตินในอ่างน้ำเย็นที่ใส่น้ำแข็ง ใส่น้ำในหม้อประมาณ ¼ ของหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนเดือด ลดเป็นไฟอ่อน ใส่ไข่แดง น้ำตาล เหล้ารัม ลงในอ่างสเตนเลส ยกขึ้นวางบนหม้อน้ำเดือดอ่อนๆ ใช้ตะกร้อตีจนไข่แดงข้นและสีอ่อนลงยกอ่างลงจากหม้อ ตีต่อจนไข่แดงหายร้อน มีลักษณะเป็นครีม ใส่มัสคาร์โพเนชีสลงไปครึ่งหนึ่ง ตีจนเริ่มเข้ากัน จึงใส่มัสคาร์โพเนชีสที่เหลือ ตีต่อให้เข้ากันจนได้เนื้อเนียน พักไว้ 5. ใส่วิปปิ้งครีม 4 ช้อนโต๊ะลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน พอเดือด ปิดไฟ ใส่แผ่นเจลลาตินที่แช่น้ำจนนิ่มแล้วลงไป คนด้วยช้อนจนเจลลาตินละลายหมด พักไว้ให้หายร้อน จากนั้นใส่วิปปิ้งครีมที่เหลือในอ่างผสม ตีด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนเริ่มขึ้นฟูเป็นฟอง แล้วเทวิปปิ้งครีมที่ละลายกับเจลลาตินลงไป ตีต่อจนข้นฟู ทดสอบโดยยกตะกร้อขึ้นแล้ววาดเป็นลวดลายได้  6. ตักวิปปิ้งครีมที่ตีครึ่งหนึ่งใส่ในอ่างผสมชีสที่ตีไว้ ใช้พายยางตะล่อมเบาๆให้เข้ากันแล้วจึงใส่วิปปิ้งครีมที่เหลือ ตะล่อมจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำใส่ถุงบีบ นำเลดี้ฟิงเกอร์ชิ้นวงกลมจุ่มน้ำกาแฟ วางไว้เป็นฐานในพิมพ์ที่เตรียมไว้ บีบครีมทิรามิสุครึ่งหนึ่งใส่ให้ครบทุกพิมพ์ นำเลดี้ฟิงเกอร์ชิ้นวงกลมจุ่มน้ำกาแฟปิดทับบนครีมทิรามิสุ จากนั้นบีบครีมทิรามิสุให้เต็มพิมพ์ จนครบทุกพิมพ์ ใช้สเปตตูล่าปาดให้เรียบเสมอกัน นำเข้าแช่ใน ตู้เย็นช่องแช่แข็งนาน 2-3 ชั่วโมง หรือจนครีมอยู่ตัว 7. ถอดออกจากพิมพ์โดยแกะแผ่นอะลูมินั่มฟอยล์ด้านล่างออก ใช้หัวพ่นไฟพ่นรอบๆ พิมพ์ ค่อยๆดึงพิมพ์ออก โรยดาร์กช็อกโกแลตขูดหรือผงโกโก้ ตกแต่งด้วยดาร์กช็อกโกแลต 17.04.2020 RECIPE

แองเจิลฟู้ดเค้ก 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ เตรียมพิมพ์โดยฉีดหรือพรมน้ำด้านข้างพิมพ์พอทั่วรองกระดาษไขด้านล่างของพิมพ์ พักไว้ 2. ปั่นน้ำตาลทั้งหมดด้วยเครื่องผสมอาหารจนได้เกล็ดละเอียด แบ่งน้ำตาล 100 กรัม ออกมาร่อนรวมกับแป้งเค้กและเกลือป่น พักไว้ 3. นำน้ำตาลที่เหลือผสมกับครีมออฟทาร์ทาร์ คนให้เข้ากัน พักไว้ 4. ตีไข่ขาวและกลิ่นวานิลลาในเครื่องตีเค้กโดยใช้หัวตีตะกร้อตีด้วยความเร็วปานกลางจนเริ่มตั้งยอดอ่อนค่อยๆใส่น้ำตาลที่ผสมกับครีมออฟทาร์ทาร์ทีละ 1 ช้อนโต๊ะ เมื่อใส่น้ำตาลหมด เร่งเป็นความเร็วค่อนข้างสูง ตีต่อจนไข่ขาวตั้งยอดแข็ง มันวาว ปิดเครื่อง 5. ตักครีมไข่ขาวใส่อ่างผสมขนาดใหญ่ ร่อนแป้งเค้กที่ผสมกับเกลือป่นลงในครีมไข่ขาวโดยแบ่งใส่ 4 ครั้ง ใช้พายยางค่อยๆตะล่อมให้แป้งเข้ากับครีมไข่ขาวจนเป็นเนื้อเดียวกันตักเนื้อเค้กใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ (อย่าเท) ใช้พายยางเกลี่ยให้เรียบ หมุนแกนพิมพ์กลับไปกลับมา 2-3 ครั้ง เพื่อไล่ฟองอากาศ นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 30 นาที หรือจนเค้กสุกสังเกตโดยใช้มือแตะเนื้อเค้กแล้วเค้กเด้งกลับขึ้นมา นำเค้กออกจากเตาอบ 6. คว่ำพิมพ์ลงบนก้นถ้วยโดยให้แกนวางอยู่บนก้นถ้วย พักไว้จนเค้กเย็นสนิท แล้วจึงใช้มีดแซะรอบพิมพ์เบาๆ คว่ำเนื้อเค้กออกจากพิมพ์ 7. จัดเสิร์ฟโดยใช้มีดฟันเลื่อยตัดเค้กเป็นชิ้น เสิร์ฟคู่กับวิปปิ้งครีมและผลไม้สด 16.04.2020 RECIPE

ทาร์ตอัลมอนด์แอปเปิล 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นาน 15-20 นาที เตรียมไว้  2. ทำทำแป้งทาร์ตโดยร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู เกลือ เข้าด้วยกัน แล้วค่อยๆ เทส่วนผสมที่ร่อนลงในเครื่องปั่นอาหารแห้ง ใส่เนยจืด ปั่นส่วนผสมให้เข้ากันจนมีลักษณะคล้ายเม็ดทราย จากนั้นใส่น้ำตาลไอซิ่งและไข่ไก่ลงปั่นให้เข้ากัน นำส่วนผสมออกจากเครื่องปั่น ใช้สันมือกดรีดให้ส่วนผสมมีเนื้อเนียนขึ้น รวบแป้งเป็นก้อนกลม แล้วรีดให้หนาประมาณ 2 เซนติเมตร ห่อด้วยพลาสติกแร็ป นำเข้าพักในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 1 ชั่วโมง  3. ทำอัลมอนด์เพสต์โดยผสมอัลมอนด์ป่นกับนมจืด ใส่เนยจืดละลาย คนให้เข้ากันจากนั้นตีไข่ไก่ น้ำตาล และเหล้ารัม เข้าด้วยกันแล้วค่อยๆเทลงในส่วนผสม ตีต่อให้เข้ากัน พักไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง ก่อนนำมาใช้ 4. นำแป้งทาร์ตออกมารีดให้เป็นแผ่นบาง หนาประมาณ 2-3 มิลลิเมตร แล้วตัดเป็นแผ่นกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5-6 นิ้ว กรุแป้งทาร์ตลงพิมพ์ โดยใช้ส้อมจิ้มก้นทาร์ตให้ทั่ว ใส่อัลมอนด์เพสต์ลงในพิมพ์ เรียงแอปเปิลสไลซ์ซ้อนกันให้เต็มหน้าทาร์ต ทาแอปเปิลด้วยเนยจืดละลายแล้วนำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนานประมาณ 15 นาที จากนั้นลดอุณหภูมิเป็น 160 องศาเซลเซียส อบต่ออีกประมาณ 15 นาที หรือจนกว่าจะสุก 5. นำทาร์ตที่อบสุกแล้วออกจากเตา ทาหน้าทาร์ตด้วยแอปริคอตเกลซผสมน้ำร้อนรอให้แอปริคอตเกลซอยู่ตัวแล้วจัดเสิร์ฟ 16.04.2020 RECIPE