Found 25 results for Tag : น้ำตาลมะพร้าว

ข้าวเหนียวดำหน้ากระฉีก 1. ซาวข้าวเหนียวดำและข้าวเหนียวขาว 3-4 ครั้ง แช่น้ำนานข้ามคืน เทข้าวเหนียวใส่ผ้าขาวบาง ใส่ลงในหวดทรงสูง ตั้งบนหม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลาง นึ่งประมาณ 1.30 ชั่วโมง หรือจนสุก ระหว่างนึ่งพรมน้ำให้ทั่วข้าวเหนียวเพื่อให้ข้าวเหนียวนิ่ม 2. ทำกะทิสำหรับมูนข้าวเหนียวโดยผสมหัวกะทิ หางกะทิ เกลือ และน้ำตาล คนให้น้ำตาลละลาย ยกข้าวเหนียวที่นึ่งขณะร้อนๆเทใส่กะละมัง เทกะทิที่ผสม คนให้เข้ากัน ปิดฝาครอบ พักไว้นาน 30 นาที หรือจนข้าวเหนียวดูดกะทิจนแห้ง ใช้พายไม้คนให้เข้ากันปิดฝาไว้ 3. ทำหน้ากระฉีกโดยใส่น้ำตาลลงในกระทะ เคี่ยวให้น้ำตาลละลาย ใส่มะพร้าวขูดผัดให้เข้ากันจนน้ำตาลเคลือบเนื้อมะพร้าวจนแห้ง ปิดไฟ 4. ตักข้าวเหนียวมูนใส่ถ้วยหรือจาน ใส่หน้ากระฉีก เสิร์ฟ 20.07.2020 RECIPE

ข้าวเหนียวหน้าสังขยา 1. ทำข้าวเหนียวมูนโดยซาวข้าวเหนียว 2-3 ครั้ง ด้วยน้ำแกว่งสารส้ม แช่ด้วยน้ำแกว่างสารส้มนาน 6 ชั่มโมง (ถ้าข้าวเหนียวใหม่แช่นาน 2 ชั่วโมง) เทข้าวเหนียวใส่ผ้าขาวบาง ใส่ลงในหวดทรงสูง ตั้งบนหม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลาง นึ่งประมาณ 25 นาที หรือจนสุก 2. ทำกะทิสำหรับมูนโดยผสมหัวกะทิ เกลือ และน้ำตาล คนให้น้ำตาลละลาย ยกข้าวเหนียวที่นึ่งขณะร้อนๆเทใส่กะละมัง เทกะทิที่ผสม คนให้เขากัน ปิดฝาครอบ พักไว้นาน 30 นาที หรือจนข้าวเหนียวดูดกะทิจนแห้ง ใช้พายไม้คนให้เข้ากัน ปิดฝาไว้ 3. ทำกะทิสำหรับหยอดหน้าโดยผสมหางกะทิ แป้งข้าวเจ้า เกลือ และน้ำตาล ตั้งไฟคนพอเดือดและข้น 4. ตักสังขยาโดยต่อยไข่ใส่อ่างผสม ใส่หัวกะทิ น้ำตาลปี๊ป ขยำใบเตยฉีกและน้ำตาลให้ขึ้นเป็นฟอง (อาจใช้ถุงมือช่วย) ขยำให้ส่วนผสมเนียนนาน 15 นาที (ใบเตยและพลาสติกทำให้ไข่ขึ้นฟู) กรองด้วยผ้าขาวบาง เทใส่ถาด ตั้งลังถึงบนไฟแรง นำสังขยานึ่งนาน 20 นาที ลดเป็นไฟกลาง นึ่งอีก 20 นาที ปิดไฟ เปิดฝา พักไว้ 5. ตักข้าวเหนียวมูนใส่ถ้วยหรือวางบนใบตอง ใส่สังขยา เสิร์ฟ 16.07.2020 RECIPE

ข้าวเหนียวถั่วดำ 1. ทำข้าวเหนียวมูนโดยซาวข้าวเหนียว 2-3 ครั้งด้วยน้ำแกว่งสารส้ม แช่ด้วยน้ำแกว่งสารส้มนาน 6 ชั่วโมง (ถ้าข้าวเหนียวใหม่แช่นาน 2 ชั่วโมง) เทข้าวเหนียวใส่ผ้าขาวบางใส่ลงในหวดทรงสูง ตั้งบนหม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลาง นึ่งประมาณ 25 นาที หรือจนสุก 2. ทำกะทิสำหรับมูนข้าวเหนียวโดยผสมหัวกะทิ เกลือ และน้ำตาล คนให้น้ำตาลละลาย ยกข้าวเหนียวที่นึ่งขณะร้อนๆเทใส่กะละมัง เทกะทิที่ผสม คนให้เข้ากัน ปิดฝาครอบ พักไว้นาน 30 นาที หรือจนข้าวเหนียวดูดกะทิจนแห้ง ใช้พายไม้คนให้เข้ากัน ปิดฝาไว้ 3. ซาวถั่วดำใส่หม้อ ใส่น้ำ 2 ส่วนของถั่ว ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง เคี่ยวจนสุกนุ่ม ระหว่างที่ต้ม ถ้าน้ำแห้งให้เติมน้ำ วิธีทดสอบถั่วสุก ตักขึ้นมาบี้ดู ถ้านุ่มเป็นใช้ได้ นำถั่วมาล้างให้สะอาด ใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ 4. ใส่ถั่วดำลงในหม้อ ใส่หัวกะทิ ตั้งบนไฟกลาง ใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลทราย และเกลือ หมั่นคนจนเดือด ชิมรสให้หวานพอดี 5. ตักข้าวเหนียวมูนใส่ถ้วย ราดด้วยแกงบวดถั่วดำ เสิร์ฟ 16.07.2020 RECIPE

ข้าวเหนียวหน้าทุเรียน 1. ทำข้าวเหนียวมูนโดยซาวข้าวเหนียว 2-3 ครั้ง ด้วยน้ำแกว่งสารส้ม แช่ด้วยน้ำแกว่างสารส้มนาน 6 ชั่มโมง (ถ้าข้าวเหนียวใหม่แช่นาน 2 ชั่วโมง) เทข้าวเหนียวใส่ผ้าขาวบาง ใส่ลงในหวดทรงสูง ตั้งบนหม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลาง นึ่งประมาณ 25 นาที หรือจนสุก 2. ทำกะทิสำหรับมูนโดยผสมหัวกะทิ เกลือ และน้ำตาล คนให้น้ำตาลละลาย ยกข้าวเหนียวที่นึ่งขณะร้อนๆเทใส่กะละมัง เทกะทิที่ผสม คนให้เขากัน ปิดฝาครอบ พักไว้นาน 30 นาที หรือจนข้าวเหนียวดูดกะทิจนแห้ง ใช้พายไม้คนให้เข้ากัน ปิดฝาไว้ 3. ผสมหัวกะทิ น้ำตาลปี๊ป เกลือ และทุเรียนให้เข้ากัน ชิมรสให้หวานมัน 4. ตักข้าวเหนียวมูนใส่ถ้วย ใส่น้ำกะทิทุเรียน เสิร์ฟ 16.07.2020 RECIPE

ชาชูซาเตี๊ยะ 1. ล้างเนื้อหมูให้สะอาด ซับให้แห้งพักไว้ ปรุงรสด้วยเกลือ 2 ช้อนชาให้ทั่ว ตั้งกระทะน้ำมันพืชบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน นำหมูสามชั้นลงดาดให้ทั่วทุกด้านจนสีสวย ตักขึ้นพักไว้ 2. ตั้งหม้อใส่สับปะรดด้านล่างหม้อ วางหมูสามชั้นที่ทอดแล้ว ใส่รากผักชี หอมแดง ขิงแก่ลงในหม้อ เติมน้ำอ้อยและน้ำ ใส่ด้วยซีอิ๊วดำ น้ำมะขาม พริกไทยดำ พริกชี้ฟ้าแห้งทอด ซีอิ๊วญี่ปุ่น และน้ำตาลมะพร้าว หาจานที่มีน้ำหนักหน่อยวางทับเนื้อหมูเพื่อไม่ให้ชิ้นหมูลอยพ้นน้ำ เคี่ยวประมาณ 2-3 ชั่วโมงจนเนื้อหมูเปื่อยนุ่ม (ทดลองใช้ไม้จิ้มแล้วเนื้อหมูหลุดออกจากไม้ง่าย) ตักหมูสามชั้นออก เคี่ยวน้ำต่อจนข้นงวด ปรับรสตามชอบอีกที รสซอสจะออกหวาน มัน เค็ม ออกเปรี้ยวอ่อนเท่านั้น 3. นำหมูชาชูแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 1 คืน แล้วสไล์เป็นแผ่นหนา 0.5 ซม. เวลาเสิร์ฟเคี่ยวน้ำซอสให้ร้อน ใส่หมูชาชูสไลซ์ลงไปเคี่ยวด้วยประมาณ 5-10 นาทีให้ซอสซึมเข้าเนื้อ 4. จัดเสิร์ฟชาชูซาเตี๊ยะโดยเรียงเนื้อหมูใส่จาน ราดด้วยน้ำซอสที่เคี่ยวไว้ เสิร์ฟกับหอมแดงซอย ขิงซอย พริกขี้หนู และใบผักชี อ่านบทความเพิ่มเติม ชาชูซาเตี๊ยะ เมนูลูกผสมแบบใหม่ อร่อย ต้องลอง (ทำ)! 01.07.2020 RECIPE

ขนมโค 1.     ทำมะพร้าวสำหรับคลุกโดยเคล้ามะพร้าวทึนทึกขูดกับเกลือให้ทั่ว จากนั้นนำไปนึ่งในชั้นลังถึงบนหม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อน นึ่งนานประมาณ 3-5 นาที  ปิดไฟ ยกลง เทใส่ถาด เกลี่ยให้หายร้อน 2.     ทำไส้สายบัวมะพร้าวโดยตั้งกระทะทองเหลืองบนไฟกลางค่อนอ่อน ใส่น้ำตาลมะพร้าวและน้ำ ลงในกระทะเคี่ยวให้น้ำตาลละลายดีจากนั้นใส่สายบัวลงเคี่ยวในกระทะให้สายบัวเปื่อยนุ่ม เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนน้ำตาลมีสีเข้มขึ้น ใส่มะพร้าวทึนทึก ผัดให้น้ำตาลซึมเข้าเนื้อมะพร้าวจนมีลักษณะใส แต่ยังมีน้ำขลุกขลิก ปิดไฟ เกลี่ยลงถาดให้ทั่ว พักให้หายร้อน ปั้นเป็นก้อนๆละ 1 ช้อนชา หรือ 7 กรัม 3.     ทำแป้งขนมโคโดยผสมแป้งข้าวเหนียวกับน้ำอัญชัน นวดให้เข้ากัน จนแป้งเนียนไม่ติดมือ คลุมด้วยพาสติกแร็ป พักไว้ (ทำแป้งขนมโคสีส้มกับสีเขียว เช่นเดียวกับแป้งขนมโคสีม่วง) เด็ดแป้งขนมโคเป็นชิ้นละประมาณ 10 กรัม แผ่แป้งออกเป็นแผ่นบาง วางไส้สายบัวมะพร้าวตรงกลาง หุ้มไส้ให้มิด ทำเช่นนี้จนหมด 4.     ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง รอให้เดือด ลดเป็นไฟอ่อน ใส่ขนมโคลงต้ม รอจนกระทั่งแป้งสุกลอยขึ้น ทิ้งไว้สักครู่จึงช้อนแป้งขึ้น ใส่ลงในถาดมะพร้าวนึ่งไว้แล้ว คลุกขนมโคกับมะพร้าวให้ทั่ว จัดขนมโคใส่จาน เสิร์ฟ   อ่านบทความเพิ่มเติม สายบัวหอมหวานหน้าฝน   11.06.2020 RECIPE

ปูไข่ดองน้ำปลา ปูไข่นึ่งนมสด   วิธีทำปูไข่ดอง 1. นำปูน็อกน้ำแข็งให้หลับ ทำความสะอาดปูโดยเปิดน้ำผ่านตัวปู แล้วใช้แปรงขัดกระดองปูและช่วงตัวให้สะอาด แกะกระดองออกจากตัว ดึงปากปูทิ้ง เปิดน้ำล้างผ่านเบาๆ ขัดส่วนที่มีโคลนให้สะอาด ตัดแต่งกระดองให้เรียบร้อย ส่วนช่วงตัวปู ตัดขาช่วงปลายทิ้ง ทุบก้ามให้แตกเล็กน้อย ดึงไข่ที่อยู่ระหว่างนมปูไปไว้ที่กระดอง วางปูในกล่อง โดยหงายกระดองขึ้น พักไว้ 2. เตรียมน้ำดองโดยใส่น้ำลงในหม้อ ตามด้วยน้ำปลาและน้ำตาลมะพร้าว จากนั้นนำหม้อขึ้นตั้งไฟให้น้ำตาลละลาย พักให้เย็นสนิท 3. ราดน้ำดองลงในกล่องที่ใส่ปูจนท่วมตัวปู ปิดฝากล่อง ดองทิ้งไว้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง โดยใส่ตู้เย็นในช่องแช่แช็ง (อุณหภูมิ -5)  4. จัดเสิร์ฟปูไข่ดองกับน้ำจิ้มซีฟู้ด   วิธีทำปูไข่นึ่งนมสด 1. เตรียมปูเช่นเดียวกันกับปูไข่ดอง จัดปูใส่จาน หงายกระดองปูขึ้น 2. ราดนมข้นจืดบนกระดองปู นำไปนึ่ง 6 นาที 3. จัดเสิร์ฟปูไข่นึ่งนมสดกับน้ำจิ้มซีฟู้ด 22.01.2020 RECIPE

สาคูไส้หมู 1. ซาวสาคูผ่านน้ำเย็นให้สะอาด ใส่ตะแกรงสะเด็ดน้ำ ใส่สาคูที่สะอาดแล้วกลับลงในอ่าง เติมน้ำอุ่น ใช้พายไม้คนให้เข้ากัน ปิดด้วยผ้าขาวบางหรือพลาสติกแร็ป แช่สาคูไว้ 1 ชั่วโมงจนอิ่มน้ำ  2. ทำกระเทียมเจียวโดยตั้งกระทะน้ำมัน ¼ ถ้วยบนไฟอ่อน ใส่กระเทียมสับลงเจียวจนเหลือง ตักกระเทียมเจียวและน้ำมันออกพักไว้ ปิดไฟ เหลือน้ำมันติดกระทะไว้เล็กน้อย 3. โขลกรากผักชี กระเทียมและพริกไทยขาวเข้าด้วยกันให้ละเอียด เปิดไฟตั้งกระทะเดิมที่เหลือน้ำมันไว้บนไฟกลาง ใส่เครื่องสามเกลอที่โขลกลงผัดจนหอม ใส่หอมใหญ่และหัวไชโป๊ว ผัดจนหอมใหญ่สุกใส ตามด้วยเนื้อหมู ผัดจนหมูสุก ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา ผัดต่อจนเกือบแห้ง ใส่ถั่วลิสง ผัดให้เข้ากันจนแห้ง ตักขึ้น พักไว้ให้เย็นสนิท แล้วปั้นเป็นก้อนกลม ก้อนละ 1½ ช้อนชา 4. เตรียมปั้นสาคูโดยนวดด้วยมือจนสาคูที่อิ่มตัวแล้ว พอให้แห้งนุ่มมือ แบ่งแป้งสาคูเป็นก้อนละ 2 ช้อนชา แผ่สาคูแต่ละก้อนที่ปั้นไว้ให้บาง ใส่ไส้ห่อให้มิด วางบนใบตองฉีกทาน้ำมันเล็กน้อยให้ห่างกันเล็กน้อย นึ่งน้ำเดือดนาน 8 นาที ยกลง ทาด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว 5. จัดสาคูไส้หมูใส่จาน โรยกระเทียมเจียว รับประทานกับผักกาดหอม ผักชี และพริกขี้หนู   อ่านบทความเพิ่มเติม ถั่วลิสง ความหอมมันที่อยู่คู่อาหารไทยมายาวนาน 04.11.2019 RECIPE

เมี่ยงปลาทู 1. ทำน้ำเมี่ยงโดยเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา และน้ำมะขามเปียกเข้าด้วยกันจนข้นเล็กน้อย ชิมรสให้หวานนำเค็ม ปิดไฟ ใส่ถั่วลิสงคั่วป่น คนให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็น 2. ล้างปลาทู ควักเงือกและไส้ออก ล้างอีกครั้งให้สะอาด ซับให้แห้ง แล่เนื้อทั้งสองด้าน หั่นเป็นชิ้นขนาด 1½ ซ.ม ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพอร้อน ใส่ปลาทูลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน 3. จัดเครื่องเมี่ยงและเนื้อปลาทูทอดใส่จาน ตักน้ำเมี่ยงใส่ถ้วย เวลารับประทาน วางใบชะพลูบนฝ่ามือ ใส่เส้นหมี่ขาวและเนื้อปลาทูทอด หยิบเครื่องเมียงใส่อย่างละน้อย ราดด้วยน้ำเมี่ยง ห่อรับประทานเป็นคำๆ 01.11.2019 RECIPE

เต้าหู้เทอริยากิ 1. ใช้กระดาษทิชชูแผ่นหนาซับน้ำที่เต้าหู้ออกให้แห้งที่สุด หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอดีคำ พักไว้ ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางค่อนข้างแรง พอน้ำมันร้อน นำเต้าหู้ที่หั่นไว้เคล้าแป้งสาลีอเนกประสงค์บางๆให้ทั่ว นำลงทอดให้เหลืองสวย (ค่อยๆทอดเต้าหู้ทีละน้อยในกระทะเพื่อให้กรอบเหลืองทั่วกัน) ตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำมัน   2. ทำซอสเทอริยากิ โดยใส่น้ำตาลมะพร้าว ซีอิ๊วญี่ปุ่น ขิงขูดและน้ำลงในกระทะ ยกตั้งบนไฟกลาง เคี่ยวจนซอสข้นเหนียว ลดไฟลง ใส่เต้าหู้ที่ทอดไว้ลงเคล้ากับซอสให้ทั่ว โรยงาขาวคั่ว คนให้เข้ากัน ปิดไฟ  3. ตักใส่จานเสิร์ฟพร้อม เม็ดถั่วแระญี่ปุ่นและแครอทซอย  03.10.2019 RECIPE

แกงนางลอย 1. โขลกกระเทียม รากผักชีและพริกไทยขาว เข้าด้วยกันพอหยาบ หมักหมูสับด้วยเครื่องที่โขลกไว้ ตามด้วยเกลือสมุทร คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 15 นาทีในตู้เย็นช่องธรรมดา 2. ทำน้ำพริกแกงเผ็ดโดยโขลกลูกผักชี ยี่หร่า และพริกไทยให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย พักไว้ โขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกัน ใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และรากผักชี โขลกให้เป็นเนื้อเดียวกันโดยใส่ทีละอย่างตามลำดับ ใส่กระเทียม หอมแดง โขลกให้เข้ากัน ตามด้วยเครื่องเทศที่โขลกไว้ และกะปิ โขลกต่อจนเป็นเนื้อเดียวกัน ตักใส่ถ้วย พักไว้ 3. ใช้มีดกรีดพริกหยวกตามแนวยาว เอาไส้พริกหยวกออก ทำจนหมด นำหมูที่หมักไว้ ยัดไส้เข้าไปจนเต็ม นำไปนึ่งบนลังถึง นาน 5 นาทีพอให้ไส้ตึงตัว 4. ตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่หัวกะทิ ½ ถ้วย ตามด้วยน้ำพริกแกงเผ็ด ผัดจนพริกแกงหอม ตามด้วยหัวกะทิที่เหลือ พริกหยวกยัดไส้ เคี่ยวต่อประมาณ 5 นาทีพอให้น้ำแกงซึมเข้าพริกหยวกและไส้สุกดี ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว และน้ำปลา ปิดไฟ ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยใบมะกรูดซอยและพริกชี้ฟ้าแดงหั่นเส้น     อ่านบทความเพิ่มเติม 4 แกงไทยโบราณรูปก็งามนามก็เพราะ 09.09.2019 RECIPE

กระท้อนทรงเครื่อง 1. เตรียมน้ำแช่กระท้อนโดยใส่เกลือ 2 ช้อนโต๊ะลงในอ่างน้ำ คนให้ละลาย พักไว้ 2. ล้างผิวกระท้อนให้สะอาด ปอกเปลือก (อย่าปอกเปลือกบางเพราะจะฝาดและดำ) นำกระท้อนลงแช่น้ำเกลือจนท่วมประมาณ 30 นาที เพื่อลดยางและรสฝาด เมื่อครบเวลาใช้ปลายมีดกรีดผลกระท้อนจากบนลงล่างโดยรอบ แช่ทิ้งไว้ในน้ำเกลืออ่างใหม่ไว้ประมาณ 10 นาที หรือจนรู้สึกว่ากระท้อนนุ่มลงเล็กน้อย 3. เตรียมน้ำราดโดยใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา และพริกชี้ฟ้าสีส้ม และน้ำลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน เคี่ยวจนน้ำจิ้มข้น ปิดไฟ พักจนเย็นสนิท 4. จัดเสิร์ฟโดยนำกระท้อนขึ้นจากน้ำเกลือ ใช้มือค่อยๆบีบเอาน้ำออกให้หมด วางกระท้อนลงในจาน ราดด้วยน้ำปรุง โรยถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้งคั่วกรอบ กุ้งแห้งปั่นฟู และพริกจินดาซอย เสิร์ฟ 05.08.2019 RECIPE

ข้าวเหนียวหมูปิ้ง 1. ล้างเนื้อหมูส่วนสันคอและเนื้อหมูสามชั้น แล่เนื้อหมูทั้งสองชนิดเป็นชิ้นบาง หั่นเป็นชิ้นกว้าง 1 นิ้ว ยาว 1½ นิ้ว ใส่อ่างผสมไว้ 2. โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยเข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่อ่างเนื้อหมู ใส่เกลือ ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำตาล น้ำมันหอย น้ำตาลทราย และน้ำตาลปี๊ป เคล้าให้เข้ากันทั่ว หมักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดานานอย่างน้อย 1 ชั่วโมง 3. เสียบเนื้อหมูสามชั้น 1 ชิ้น ตามด้วยเนื้อหมูส่วนสันคอ 2-3 ชิ้น จนเต็มไว้ นำไปย่างบนเตาถ่านด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อน พลิกกลับไปกลับมา ย่างจนสุกเหลืองทั้งสองด้าน 4. จัดใส่จาน ตกแต่งด้วยใบผักชีและพริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นเส้น เสิร์ฟกับข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ       อ่านบทความเพิ่มเติม ข้าวเหนียวหมูฝอย หมูแดดเดียว 25.06.2019 RECIPE

ข้าวเหนียวหมูฝอย 1. นึ่งข้าวเหนียวขาวโดยซาวข้าวเหนียวให้สะอาด แล้วแช่น้ำไว้นานอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ใส่ข้าวเหนียวในหวดไม้ไผ่ หรือใส่ผ้าขาวบางนึ่งในลังถึง ปิดฝา นึ่งนาน 30 นาที ระหว่างนึ่งให้หมั่นกลับเพื่อให้ข้าวเหนียวสุกทั่ว 2. นึ่งข้าวเหนียวดำ โดยผสมข้าวเหนียวดำและข้าวเหนียวขาวเข้าด้วยกันในอ่างผสมซาวให้สะอาด ใส่น้ำให้ท่วม แช่ไว้อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ใส่ข้าวเหนียวในหวดไม้ไผ่ หรือใส่ผ้าขาวบาง นึ่งในลังถึง ปิดฝา นึ่งนาน 40 นาที ระหว่างนึ่งให้หมั่นกลับ พรมน้ำเล็กน้อยให้ข้าวเหนียวสุกทั่ว                                                               3. ต้มเนื้อหมูทั้งชิ้น ให้สุกนุ่ม นาน 20 นาที นำขึ้นมาทุบแล้วฉีกเป็นชิ้นฝอยๆ เตรียมไว้ 4. ทำน้ำตาลเคี่ยวสำหรับผัดหมูฝอยโดยเคี่ยวน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส และน้ำปลา ในกระทะทองด้วยไฟอ่อน หมั่นคน เคี่ยวจนน้ำตาลละลายข้นเหนียว ใส่หมูฉีกฝอยลงผัดคลุกให้เข้ากัน หยอดน้ำมันเล็กน้อย คั่วจนแห้ง โรยหอมเจียว 5. จัดใส่ถ้วย เสิร์ฟกับข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ   อ่านบทความเพิ่มเติม ข้าวเหนียวหมูฝอย หมูแดดเดียว 25.06.2019 RECIPE

บิงซูมะม่วงน้ำปลาหวาน 1. ทำน้ำแข็งน้ำปลาหวานโดยใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา และน้ำลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง รอให้เดือดและน้ำตาลละลายดี ปิดไฟ เทใส่ถ้วยเล็กหรือพิมพ์ทรงสูง แช่ตู้เย็นช่องแช่แข็งนาน 6 ชั่วโมงหรือข้ามคืนจนเซ็ตตัวเป็นน้ำแข็ง 2. ทำซอสน้ำปลาหวานโดยผสมน้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา กะปิ และน้ำรวมกันในหม้อ เคี่ยวด้วยไฟกลางจนซอสขข้นหนืด ปิดไฟ พักให้หายร้อน ใส่หอมแดง กุ้งแห้งฝอย พริกจินดาซอย คนให้เข้ากัน พักไว้ 3. จัดเสิร์ฟโดยนำน้ำแข็งน้ำปลาหวานใส่ในเครื่องทำน้ำแข็งไส ปั่นน้ำแข็งออกมาใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ วางมะม่วงเปรี้ยวหั่นเต๋ารอบๆฐานบิงซู  ราดด้านบนด้วยซอสน้ำปลาหวาน เสิร์ฟพร้อมซอสน้ำปลาหวาน อ่านบทความเพิ่มเติม ผลไม้ไทย+บิงซู เย็นสดชื่นคูณสอง 10.04.2019 RECIPE