Found 14 results for Tag : อัลมอนด์

มิกซ์นัทบาร์ 1. ปูกระดาษไขในถาด ทิ้งขอบกระดาษไขไว้ 1 นิ้ว 2. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส อบอัลมอนด์ แมคคาเดเมีย และวอลนัท (วางไว้คนละมุมถาด เพื่อว่าหากถั่วชนิดไหนสุกก่อนจะได้นำออกจากถาดก่อนได้ง่าย) นำเข้าอบประมาณ 15 นาทีให้ถั่วทั้ง 3 ชนิดสุก นำออกจากเตาอบ พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท แล้วเทใส่อ่างรวมกับข้าวพอง เกล็ดธัญญาหาร และข้าวโอ๊ต ผสมให้เข้ากัน พักไว้ก่อน 3. ใส่แบะแซ น้ำผึ้ง และเกลือ ตั้งไฟให้เดือด เคี่ยวพอให้เป็นโฟมและสีน้ำตาลทอง เทส่วนผสมถั่วข้อ 2 ลงไป คลุกให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว นำไปใส่ถาด อัดให้แน่น พักไว้ให้เย็น  15 นาที  4. ตัดเป็นแท่งขนาด 1.5x4 นิ้ว ขณะอุ่นๆ ราดตกแต่งด้วยช็อกโกแลต พักไว้ให้เซ็ตตัว เก็บใส่กล่องปิดฝาที่อุณหภูมิห้องได้นาน 1 สัปดาห์  อ่านบทความเพิ่มเติม ‘ถั่ว’ กินเดี่ยวเพิ่มพลัง ปรุงอาหารยิ่งดียกกำลังสอง 24.01.2020 RECIPE

สลัดแอปเปิลข้าวบาร์เลย์ 1. ทำน้ำสลัดอิตาเลียนโดยใส่ผงกระเทียม ผงหัวหอม น้ำตาล ออริกาโน ไธม์ เบซิลแห้ง น้ำส้มสายชู เกลือ และพริกไทยลงในอ่างผสม ค่อยๆเทน้ำมันมะกอกลงช้าๆ ระหว่างนั้นตีด้วยตะกร้อไปด้วย จนน้ำสลัดเข้ากันดี และมีลักษณะข้น พักไว้ 2. ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลางจนเดือด ซาวข้าวบาร์เลย์ให้สะอาด 1 ครั้ง สะเด็ดน้ำแล้วนำลงต้มในน้ำเดือดประมาณ 25 นาที เทใส่ตะแกรงสะเด็ดน้ำ พักไว้จนเย็นสนิท   3. ใส่ข้าวบาร์เลย์ แอปเปิล ถั่วแระ แครอท น้ำสลัด และเกลือสมุทรลงในอ่างผสม คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาไว้ 1 ชั่วโมงจนสลัดฉ่ำเย็น 4. ก่อนเสิร์ฟใส่อัลมอนด์อบ คลุกให้เข้ากัน ตักใส่ชาม เสิร์ฟ   อ่านบทความเพ่ิมเติม สลัดเย็น ง่าย อร่อย สุขภาพเน้นๆ 22.08.2019 RECIPE

สลัดบรอคโคลีเบคอน 1. ตั้งกระทะเคลือบบนไฟกลาง พอกระทะร้อนนำเบคอนลงเจียวจนเหลืองกรอบ ปิดไฟ เทเบคอนใส่ตะแกรง สะเด็ดน้ำมันออกให้หมด พักไว้ 2. ล้างบรอคโคลีให้สะอาด ปอกโคนออกให้หมด หั่นก้านบรอคโคลีเป็นเต๋าขนาด 1 ซม. ดอกบรอคโคลีหั่นเป็นช่อเล็กๆ พักไว้ ตั้งหม้อน้ำใส่เกลือบนไฟแรง นำบรอคโคลีลงลวกประมาณ 1 นาที ตักขึ้นแช่น้ำเย็นจัด แล้วสงขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำ ใส่ลงในอ่างผสมที่มีเซเลอรีและหอมแขก พักไว้ 3. ในชามผสมอีกใบใส่มายองเนส ซาวร์ครีม น้ำส้มสายชู เกลือและพริกไทย คนให้เข้ากัน  4. ใส่น้ำสลัดในอ่างบรอคโคลีที่เตรียมไว้ ใส่อัลมอนด์สไลซ์และเบคอนทอดลงครึ่งหนึ่ง คลุกให้เข้ากัน นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาไว้ 1 ชั่วโมงจนสลัดเย็นฉ่ำ  5. จัดเสิร์ฟโดยตักสลัดใส่จาน โรยด้วยอัลมอนด์และเบคอนที่เหลือ เสิร์ฟทันที อ่านบทความเพ่ิมเติม สลัดเย็น ง่าย อร่อย สุขภาพเน้นๆ 22.08.2019 RECIPE

ทาร์ตสตรอว์เบอร์รีสไตล์เกาหลี 1. ทำแป้งทาร์ตโดยใส่แป้งเค้ก อัลมอนด์ป่น และน้ำตาลไอซิ่งรวมกันในอ่างผสม ใช้ช้อนคนพอเข้ากัน ใส่เนยลงในโถตีหัวตีใบพัดตีให้เนยคลายตัว ตามด้วยไข่ไก่ ร่อนส่วนผสมแป้งลงไป  ตีด้วยความเร็วต่ำจนเป็นก้อนแป้งเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำแป้งขึ้นวางบนกระดาษไข พับกระดาษไขขึ้นปิดหน้าแป้งให้สนิท ใช้ฝ่ามือค่อยๆกดแป้งให้แบนประมาณ 2 ซม. ทั่วๆกันทั้งก้อน พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 2 ชั่วโมงให้แป้งเซ็ตตัว 2. ทำครีมสดโดยตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งจนตั้งยอดปานกลาง พักไว้ในตู้เย็น 3. ทำไส้ทาร์ตโดยโดยตีไข่แดงและน้ำตาลจนผสมกันเนียนดี  เติมแป้งข้าวโพดลงไป ผสมให้เข้ากัน นำนมสดและกลิ่นวานิลลาใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง  ต้มพอร้อน (เกือบเดือด) แล้วจึงเทลงเป็นสายบางๆในอ่างส่วนผสมไข่ทีละน้อย จนหมด ใช้ตะกร้อคนให้ส่วนของนมร้อนและไข่เข้ากันดี แล้วเทส่วนผสมกลับใลงหม้อเดิม ยกขึ้นกลับตั้งบนไฟอ่อน คนตลอดเวลาจนไส้คัสตาร์ดสุกข้นเป็นเนื้อครีมเนียนและไม่มีกลิ่นแป้ง ปิดไฟ ใส่เนย คนให้เข้ากัน เทคัสตาร์ดใส่ในถาดปูพลาสติกแรป และปิดพลาสติกแรปแนบหน้าครีม พักคัสตาร์ดให้เย็นสนิท 4. ใส่ครีมชีสกับน้ำตาลไอซิ่งลงอ่างผสม ใช้ตะกร้อมือตีจนเนียนเป็นเนื้อครีม ใส่คัสตาร์ดที่เย็นสนิทแล้วลงไป คนให้เข้ากัน เติมครีมสดที่ตีไว้ลงไป ใช้พายยางตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็น 5. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบนล่าง นำแป้งทาร์ตออกมา วางบนโต๊ะที่โรยแป้งนวลไว้ ตัดก้อนแป้งให้ได้ชิ้นละ 50 กรัม รีดให้แป้งเป็นวงกลมหนาประมาณ 5 มิลลิเมตร แล้วกรุลงในพิมพ์ทาร์ต โดย ใช้นิ้วโป้งกดแป้งให้แนบสนิทชิดพิมพ์ ใช้มีดตัดขอบแป้งให้เสมอกับขอบพิมพ์ ตัดกระดาษไขให้ใหญ่กว้างกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางพิมพ์แล้ววางบนตัวแป้ง แล้วเทถั่วแดงลงไปถ่วงให้เต็มพิมพ์ทาร์ต โดยพยายามให้กระดาษไขแนบกับพิมพ์มากที่สุด นำเข้าอบ 15 นาที จนแป้งเริ่มเซ็ตตัว ยกกระดาษไขที่มีถั่วแดงออก แล้วอบต่ออีก 5-7 นาทีจนแป้งสุกเหลืองทองอมน้ำตาลทั่วทั้งชิ้น นำออกจากเตา ถอดแป้งออกจากพิมพ์ พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท 6. ประกอบทาร์ตสตรอว์เบอร์รีโดยตักไส้ทาร์ตลงในแป้งทาร์ตที่เย็นสนิทแล้ว ปาดให้เรียบเสมอกับแป้งทาร์ต วางเรียงชิ้นสตรอว์เบอร์รีบนทาร์ต ตักครีมสดที่เหลือใส่ถุงบีบ บีบครีมสดที่เหลือบนยอดสตรอว์เบอร์รี นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนรับประทานเพื่อให้ครีมเซ็ตตัว   อ่านบทความเพิ่มเติม สตรอว์เบอร์รีพันธุ์ 80 จากดอยสู่จานอาหาร     19.03.2019 RECIPE

อัลมอนด์บอล 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ร่อนอัลมอนด์ป่น แป้งเค้ก เบกกิ้งโซดา และเกลือป่น เข้าด้วยกันในอ่างผสม แล้วใส่อัลมอนด์สับหยาบ คนให้เข้ากัน พักไว้ 2. ตีเนยกับน้ำตาลไอซิ่งจนมีลักษณะฟูเบาเป็นสีขาว ใส่กลิ่นวานิลลา ตีพอเข้ากัน ปิดเครื่อง แล้วใส่ส่วนผสมของแห้งที่ร่อนไว้ใช้พายไม้หรือพายยางคนส่วนผสมให้เข้ากัน จนมีลักษณะเป็นก้อนพอปั้นได้ นำออกมาปั้นขนาดก้อนละ 1 ซม. เรียงใส่ถาดทำ จนหมด 3. นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 16-18 นาที จนอัลมอนด์บอลเหลืองสวย นำ ออกจากเตาอบ พักไว้ให้เซ็ตตัวบนถาดอบสักครู่ บรรจุใส่ขวดปิดฝาให้สนิท   อ่านบทความเพิ่มเติม ทำขนม น้ำพริก น้ำปลาหวาน เป็นของขวัญกันเถอะ 04.12.2018 RECIPE

โฮมเมดกราโนลา 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ปูถาดอบด้วยกระดาษไขหรือแผ่นอบซิลิโคน พักไว้ 2. ใส่ข้าวโอ๊ต อัลมอนด์สับ น้ำตาล เมเปิลไซรัป เกลือลูกจันทน์ และอบเชย เคล้าให้เข้ากัน เทลงในถาดอบที่เตรียมไว้ เกลี่ยให้เรียบเสมอกันนำ เข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน  25 นาที โดยหมั่นนำออกมาเกลี่ยให้ทั่วทุก 5-10 นาที เมื่อครบเวลา ใส่ลูกเกดและแอปริคอต นำเข้าอบต่ออีก 5 นาที นำออกมาพักไว้จนเย็นสนิท 3. ใส่กราโนลาในโหลแก้ว ปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นาน 1 เดือน   อ่านบทความเพิ่มเติม ทำขนม น้ำพริก น้ำปลาหวาน เป็นของขวัญกันเถอะ 04.12.2018 RECIPE

เมอแรงก์อัลมอนด์ 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เตรียมถาดอบโดยปูกระดาษไขให้ทั่วทั้งถาด พักไว้ 2. ตีไข่ขาวด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าให้เป็นฟองละเอียด ค่อยๆ ใส่น้ำตาลทรายทีละน้อยจนหมด ตีต่อจนไข่ขาวขึ้นเงาและตั้งยอด ค่อยๆ เทอัลมอนด์ป่นลงผสม โดยตะล่อมอัลมอนด์ป่นกับไข่ขาวด้วยพายยางจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน ใส่กลิ่นวานิลลา ตะล่อมให้เข้ากันอีกครั้ง 3. ใช้ช้อนกาแฟตักส่วนผสมคุกกี้เป็นก้อน แล้วนำไปคลุกกับน้ำตาลไอซิ่ง วางไว้บนถาดสำหรับอบ ทำจนเนื้อคุกกี้หมด ก่อนนำเข้าอบกดคุกกี้ให้แบนลงเล็กน้อย อบนานประมาณ 15 นาที จนสุก นำออกมาพักไว้บนตะแกรงให้หายร้อน เสิร์ฟพร้อมชาหรือกาแฟ 19.04.2018 RECIPE

4 ways Almond น้ำนมอัลมอนด์ (จำนวน 2 แก้ว) ส่วนผสม อัลมอนด์ดิบ        1 ถ้วย - น้ำต้มสุก           2 ถ้วย - น้ำผึ้งปริมาณตามชอบ (หรือไม่ใช้เลย) วิธีทำ 1. ใส่น้ำจนท่วมอัลมอนด์ แช่ไว้ข้ามคืน หรือ 8 - 10 ชั่วโมง (ลอกเปลือกอัลมอนด์ออกหรือไม่ก็ได้) 2. ปั่นอัลมอนด์กับน้ำต้มสุกในเครื่องปั่นจนละเอียดดี กรองด้วยผ้าขาวบาง 2 ครั้ง ใส่น้ำผึ้ง(ถ้าใช้)คนให้เข้ากัน เสิร์ฟทันที หรือแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ ************************* ชาจาย จำนวน 3 ถ้วย น้ำ                  1 ถ้วย น้ำนมอัลมอนด์ 2 ถ้วย กระวานเขียว         5 เม็ด ขิง                  2 แว่น พริกไทยดำเม็ด 8 เม็ด ชาดำ          6 ช้อนชา น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ ผงชินนามอนสำหรับโรย วิธีทำ 1. ตั้งหม้อน้ำและน้ำนมอัลมอนด์บนไฟกลางพอร้อนใส่กระวานเขียว ขิง และพริกไทยดำ ลงในหม้อ ลดเป็นไฟอ่อน ต้มต่อประมาณ 10 นาที ใส่ชาดำลงในหม้อคนให้เข้ากันใส่น้ำตาลทรายแดง คนไปเรื่อยๆประมาณ 5 นาที ปิดไฟ กรองเอาแต่น้ำ  2. ตักใส่แก้ว โรยผงชินามอน เสิร์ฟ ************************* แกงบวชมันม่วง (สำหรับ 3 คน) มันม่วง          250 กรัม น้ำนมอัลมอนด์ 1 ถ้วย น้ำ                  2 ถ้วย น้ำตาลโตนด         100 กรัม เกลือป่นปริมาณเล็กน้อย วิธีทำ 1. หั่นมันม่วงเป็นชิ้นพอคำ ล้างน้ำให้สะอาด พักไว้ 2. ตั้งหม้อใส่น้ำนมอัลมอนด์และน้ำ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ใส่มันม่วงลงต้ม หมั่นคนให้ตลอดเวลา พอมันม่วงสุก ใส่น้ำตาลโตนดและเกลือ พอน้ำตาลละลาย ปิดไฟ  3. ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟ ************************* คุกกี้อัลมอนด์ (จำนวน 15 ชิ้น) น้ำตาลทรายแดง 55 กรัม น้ำตาลทราย         32 กรัม น้ำมันคาโนล่า         2/3 ถ้วย น้ำนมอัลมอนด์ ¼ ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะ แป้งสาลีอเนกประสงค์ 155 กรัม กากอัลมอนด์ป่น ½ ถ้วย เบกกิ้งโซดา         ½ ช้อนชา เกลือป่น          ½ ช้อนชา ช็อกโกแลตบาร์ 58% หักชิ้นเล็ก ½ ถ้วย วิธีทำ 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส เตรียมถาดอบโดยรองแผ่นซิลิโคน เตรียมไว้ 2. ผสมน้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทราย น้ำมันคาโนล่า และน้ำนมอัลมอนด์ ในอ่างผสมตีส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ จนส่วนผสมน้ำตาลข้นขึ้น พักไว้ 3. ร่อนแป้งมัน แป้งสาลีอเนกประสงค์ กากอัลมอนด์ เบกกิ้งโซดา และเกลือ ลงในอ่างผสมน้ำตาล ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน ใส่ช็อกโกแลตบาร์ลงในส่วนผสมแป้ง คนให้เข้ากันอีกครั้ง พักไว้ 4. ตักเนื้อคุกกี้ใส่ถาดอบที่เตรียมไว้ นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนานประมาณ 10 นาที นำออกมา พักไว้บนตะแกรงให้หายร้อน  5. จัดใส่จาน เสิร์ฟ       03.15.2018 VIDEO

ข้าวบีลาฟอัลมอนด์ผักรวม 1. ซาวข้าวบัสมาติ 5 ครั้งให้สะอาด เพื่อล้างยางข้าวใส่พักในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ พักไว้ 2. ตั้งหม้อแบบมีด้ามจับ (sauce pan) บนไฟกลาง ใส่เนยอินเดียหรือน้ำมัน 3 ช้อนโต๊ะ พอร้อนใส่อัลมอนด์ชิ้นลงทอดจนเหลือง ตักขึ้นใส่ชามใส่เกลือเล็กน้อย คลุกให้เข้ากันทั่ว ชิมรสให้เค็ม ตามชอบ พักไว้ 3. ยกหม้อที่ทอดอัลมอนด์ชิ้นตั้งบนไฟกลาง ใส่เนยอินเดียหรือน้ำมันที่เหลือ พอร้อน ใส่หอมใหญ่ลงผัดให้สุกใสมีกลิ่นหอม ตามด้วยยี่หร่าและพริกป่น ผสมปาปริก้า ผัดให้เข้ากันดี ใส่พริกหวาน ซูคินี และแครอท ผัดให้เข้ากันดี จึงใส่ข้าวที่เตรียมไว้ ผัดต่อโดยลดเป็นไฟกลางค่อนข้างอ่อน ผัดประมาณ 5 นาที ให้ข้าวเคลือบน้ำมันอย่างทั่วถึง ใส่น้ำซุปหรือน้ำดาชิหรือน้ำ อัลมอนด์บด ผงบิริยานี มาซาลา เกลือ และพริกไทย คนข้าวไม่ให้ติดก้นหม้อ เร่งไฟให้น้ำดือดพล่านสักครู่ แล้วปิดฝาหม้อ ลดไฟลงต่ำสุด หุงต่ออีกประมาณ 25-30 นาที หรือจนกว่าข้าวในหม้อจะสุก ก่อนข้าวจะสุกประมาณช่วง 5 นาทีสุดท้าย เปิดฝา ใส่ถั่วลันเตา มันฝรั่งต้ม ปิดฝา หุงต่อจนข้าวสุกพอดี ยกหม้อ ข้าวออกจากเตา ราดเนยอินเดียบนข้าวให้ทั่วปิดฝาให้สนิทอีกครั้งและพักไว้อีก 5 นาที เพื่อให้ความร้อนระอุข้าว มีกลิ่นหอมเนยอินเดียทั่ว แล้วใช้พายไม้ซุยข้าวพอเข้ากัน 4. ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยพาร์สเลย์อิตาเลียน เสิร์ฟ   หมายเหตุ เนยอินเดีย หรือ clarified butter เป็นน้ำมันปรุงอาหารของอินเดีย ซึ่งเรียกว่า “กี” (ghee) มีจุดเดือดสูงกว่าเนยธรรมดา เพราะไม่มีน้ำและสารโปรตีนเจือปน อาหารที่ปรุงด้วยกีจะหอมหวนเป็นพิเศษ หาซื้อกีได้ที่ย่านพาหุรัด   สูตรอาหารโดย เยาวภา ขวัญดุษฎี 08.03.2018 RECIPE

โอ๊ตมีลพอร์ริดจ์ 1. เรามาจัดการกับควินัวก่อน โดยการซาวควินัวในน้ำให้สะอาด ใส่ตะแกรงสะเด็ดน้ำไว้ 2. ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลางจนเดือด ใส่ควินัว จับเวลา 10 นาที หมั่นคนไม่ให้ติดก้นหม้อ ใส่นมจืดและข้าวโอ๊ต คนให้เข้ากัน เคี่ยวต่ออีก 5 นาที จนควินัวและข้าวโอ๊ตสุก ใส่น้ำตาล เกลือ คนให้ละลายก็เป็นอันเสร็จ 3. ทำเสร็จแล้วจะรับประทานเลย หรือว่าจะเก็บไว้กินมื้อเช้าของวันต่อๆไปก็ทำได้ แค่เก็บใส่กล่อง ปิดหน้าด้วยพลาสติกแร็ปให้แนบกับผิวข้าวโอ๊ต (เพื่อไม่ให้ไอน้ำหยดลงไปจะทำให้เสียเร็ว) เก็บเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาได้นาน 1 สัปดาห์ 4. เมื่อจะรับประทาน ก็เอาออกมาจากตู้เย็น ตักแบ่งใส่ชามผสมกับนมสด คนให้เข้ากัน โรยถั่วและผลไม้ตามชอบ   Variations ผสมซูเปอร์ฟู้ดอย่างอื่นได้ เช่น flax seeds millet steel cut oat ฯลฯ เวลาต้มให้ใส่ตามระยะเวลาสุก ชนิดไหนสุกเร็วใส่ทีหลังสุด ถ้าจะเก็บได้นานขึ้น ให้ต้มธัญพืชกับน้ำอย่างเดียว (แทนปริมาณนมสดในสูตรด้วยน้ำ) 08.03.2018 RECIPE

ทาร์ตลูกแพร์อัลมอนด์ 1.เตรียมแป้งทาร์ตโดยใส่แป้งสาลี น้ำตาล ผงฟู และเกลือ ลงในอ่างผสม ใช้มือผสมให้เข้ากัน ใส่เนยเย็น ใช้สองมือถูแป้งกับเนยจนมีลักษณะเป็นทรายหยาบ แหวกแป้งเป็นหลุมตรงกลาง ใส่ไข่ไก่ ใช้มือตะล่อมผสมแป้งเข้ามาตรงกลาง โกยแป้งให้เป็นก้อนเดียวกัน นำออกมานวดบนพื้นโต๊ะประมาณ 3-4 ครั้งจนเนื้อแป้งเนียน ห่อด้วยพลาสติกแรป นำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 30 นาที ให้แป้งเกาะเป็นเนื้อเดียวกัน 2.ทำลูกแพร์เชื่อมโดยปอกเปลือกลูกแพร์ ผ่าครึ่ง แล้วคว้านเมล็ดออก ใส่น้ำ น้ำตาล และฝักวานิลลา ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอน้ำเชื่อมเดือดหรี่ไฟลง ใส่ลูกแพร์ลงเชื่อมจนสุกนุ่ม ตักลูกแพร์ขึ้นวางซับน้ำเชื่อมบนกระดาษทิชชูแผ่นหนา จนแห้งและเย็นสนิท หั่นลูกแพร์ตามขวางเป็นชิ้นบางๆ 3.อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ ทำไส้อัลมอนด์โดยร่อนแป้งสาลีและอัลมอนด์ป่นลงในอ่างผสม พักไว้ ตีเนย น้ำตาลทราย ผิวเลมอน และกลิ่นวานิลลา ด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนฟูเนียน แล้วใส่ไข่ไก่ ตีให้เข้ากัน ลดความเร็วลง ใส่แป้งสาลีและอัลมอนด์ป่นที่ร่อนไว้ ตีต่อพอเป็นเนื้อเดียวกัน ตักส่วนผสมใส่ถุงบีบ 4.นำแป้งทาร์ตที่พักไว้ออกจากตู้เย็น เอาพลาสติกแรปออก วางแป้งทาร์ตบนกระดาษไข แล้วใช้พลาสติกแร็ปปิดทับอีกที คลึงแป้งทาร์ตบนพลาสติกแรปจนเป็นแผ่นบาง 2 มม. กลับด้านลอกกระดาษไขออก ยกแป้งทาร์ตขึ้นทั้งพลาสติกแรป แล้ววางทาบกับพิมพ์จนแป้งแนบกับพิมพ์ทาร์ตดี ใช้ไม้คลึงแป้งคลึงด้านบนเพื่อตัดขอบแป้งส่วนเกินออก ลอกพลาสติกแรปออกใช้ส้อมจิ้มด้านล่างทาร์ตให้ทั่ว 5.บีบไส้อัลมอนด์จนเต็มด้านล่างทาร์ต วางลูกแพร์เชื่อมบนครีมอัลมอนด์จนเต็ม โรยอัลมอนด์สไลซ์ นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 50 นาที หรือจนไส้อัลมอนด์อยู่ตัวและเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ยกออกจากเตาอบ 6.ระหว่างรอทาร์ตอบ ทำซอสช็อกโกแลตโดยใส่นมสด 250 กรัม ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางพอนมสดเริ่มร้อนแต่ยังไม่เดือด ใส่ผงโกโก้และน้ำตาล ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากัน ละลายนมสดที่เหลือกับแป้งข้าวโพด คนให้เข้ากัน พอซอสเดือด ใส่นมสดละลายกับแป้งข้าวโพด ใช้ตะกร้อคนให้เข้ากัน เคี่ยวจนซอสเดือดข้น ปิดไฟ ยกลง 7.นำทาร์ตออกจากเตาอบ พักไว้บนตะแกรง ตัดทาร์ตอัลมอนด์เป็นชิ้นๆ เสิร์ฟอุ่นๆ กับซอสช็อกโกแลต   Tips หากหาลูกแพร์สดไม่ได้ สามารถใช้ลูกแพร์กระป๋องในน้ำเชื่อม โดยตักขึ้นซับน้ำเชื่อมแล้วเคล้าลูกแพร์กับกลิ่นวานิลลาเล็กน้อย 07.03.2018 RECIPE

ราสป์เบอร์รีอัลมอนด์สไลซ์ 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส และปูกระดาษไขให้เลยขอบถาดอบ เตรียมไว้ 2. ร่อนแป้งเค้ก น้ำตาลไอซิ่ง และอัลมอนด์ป่น รวมกัน ตีไข่ขาวในอ่างผสมด้วยเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจนเป็นฟองละเอียด ใส่เนยละลาย นมสด และกลิ่นวานิลลา ตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ทีละครึ่ง ตีต่อด้วยความเร็วต่ำสุดพอเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่ถาดอบ เกลี่ยให้เรียบโรยราสป์เบอร์รีด้านบนให้ทั่ว นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ อบนาน 15 นาที แล้วนำออกมาโรยด้วยอัลมอนด์สไลซ์ นำเข้าอบต่ออีก 25 นาที นำออกจากเตาอบ พักไว้บนตะแกรงประมาณ 10 นาที คว่ำลงบนตะแกรง ลอกกระดาษไขออก กลับด้านเค้กขึ้นมา โรยน้ำตาลไอซิ่ง ตัดแบ่งเป็น 12 ชิ้น เท่าๆ กัน เสิร์ฟ (เคล็ดลับการตัดเนื้อเค้กให้เรียบ นำเค้กที่ถอดออกจากพิมพ์จนเย็นสนิทแล้วเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 1 ชั่วโมง ใช้มีดตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเท่าๆ กัน) 07.03.2018 RECIPE

มองต์บลังก์มันเทศ 1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นานประมาณ 10-15 นาที เตรียมไว้สำหรับอบทาร์ต แช่แผ่นเจลาตินในน้ำเย็นประมาณ 10 นาที บีบน้ำให้แห้ง 2. ทำครีมอัลมอนด์โดยผสมอัลมอนด์ป่นกับนมจืดและเนยจืดละลายในอ่างผสม คนให้เข้ากัน จากนั้นตีไข่ไก่ น้ำตาล และเหล้ารัม เข้าด้วยกัน แล้วค่อยๆเทลงในส่วนผสมของอัลมอนด์ป่น ตีต่อให้เข้ากัน พักไว้ อย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนนำมาใช้ 3. ทำแป้งทาร์ตโดยใส่เนย น้ำตาล เกลือ และน้ำ ลงในหม้อหรืออ่างผสม ยกขึ้นตั้งบนไฟแรง คนให้ส่วนผสม ละลายเข้ากัน ทิ้งไว้ให้เดือดประมาณ 5-10 นาที ยกลงจากเตา ใส่แป้งสาลีลงในหม้อหรืออ่างผสมขณะที่ส่วนผสมยังเดือดอยู่ ตะล่อมให้แป้งสาลีผสมเข้ากับส่วนผสมของเนยทันที ทิ้งไว้ให้เย็นตัวสักครู่ แล้วใส่งาดำ นำแป้งทาร์ตกรุลงในพิมพ์ แล้วใช้ส้อมจิ้มที่ฐานแป้งทาร์ตให้ทั่ว นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็ง พักไว้ ประมาณ 20 นาที เทครีมอัลมอนด์ลงในพิมพ์แป้งทาร์ตที่กรุแล้ว ในอัตราส่วน ¾ ของพิมพ์ นำเข้าเตาอบ อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นานประมาณ 20-25 นาที นำออกจากเตาอบ พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา 4. ทำครีมมันเทศโดยต้มมันเทศสีม่วงทั้งเปลือกในน้ำเดือด จากนั้นลอกเปลือกออก บดเนื้อมันเทศให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่นหรือใช้ที่บดมันฝรั่งก็ได้ จากนั้นใส่น้ำตาล เนยนิ่ม วิปปิ้งครีมและเหล้ารัม ลงในมันบด ผสมให้เข้ากันดี นำส่วนผสมบดรีดผ่านตะแกรงให้เนื้อเนียนขึ้น นำบรรจุใส่ถุงบีบพร้อมหัวบีบสำหรับบีบมองต์บลังก์ พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา 5. ทำมูสน้ำตาลทรายแดงโดยตั้งหม้ออุ่นวิปปิ้งครีม 60 กรัม และน้ำตาลให้พอร้อน จากนั้นยกลงจากเตา ใส่เจลาตินที่แช่น้ำไว้แล้วลงในครีม คนให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาให้ส่วนผสมอยู่ตัว จากนั้นตีวิปปิ้งครีม 100 กรัม ให้ฟูตั้งยอด จึงนำมาผสมกับส่วนผสมวิปปิ้งครีม และเจลาติน คนให้เนื้อเข้ากัน บรรจุใส่ถุงบีบพร้อมหัวบีบ 6. บีบครีมมันเทศให้เป็นปล่องทรงสูงบนแป้งทาร์ต จากนั้นบีบมูสน้ำตาลทรายแดงในปล่องให้เต็ม สุดท้ายบีบครีมมันเทศปิดยอดให้สนิท นำไปพักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาให้มองต์บลังก์อยู่ตัว ตกแต่งด้วยบลูเบอร์รีและแผ่นทองคำเปลว โรยน้ำตาลไอซิ่ง เสิร์ฟ   สูตรอาหารโดย ภาสกร หลี 07.03.2018 RECIPE