เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

Serves
6 คน
Level
3
ข้าวหนุกงา หรือข้าวคลุกงา ใช้งาขี้ม้อน (งาเม็ดกลมสีน้ำตาลเทา) โขลกกับเกลือ และข้าวนึ่งสุกใหม่ๆ เป็นที่นิยมของชาวล้านนาในช่วงฤดูหนาว ซึ่งช่วงนั้นเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวใหม่ งาขี้ม้อนและเกลือ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะกับเด็กๆ เพราะทั้งมีคุณค่าและอร่อยอีกด้วย
INGREDIENTS
ข้าวสารเหนียว
500 กรัม
งาขี้ม่อนคั่ว
½ ถ้วย
เกลือสมุทร (ดอกเกลือ)
2-3 ช้อนชา
งาขี้ม่อนคั่วโขลกใส่เกลือสมุทร (ดอกเกลือ) เล็กน้อยพอมีรสเค็มสำหรับคลุก
METHOD
1. ล้างซาวข้าวเหนียวหลายๆครั้งจนน้ำใส (เวลาสุกข้าวเหนียวจะใสน่ากิน) แช่น้ำไว้1 คืน จากนั้นล้างน้ำอีกครั้ง นำไปนึ่งในชั้นลังถึงบนหม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลางนานประมาณ 25-30 นาที (ใส่ใบเตยลงในหม้อน้ำสำหรับนึ่ง ข้าวเหนียวจะมีกลิ่นหอมใบเตย)นึ่งจนข้าวเหนียวสุก
2. ระหว่างนึ่งข้าวเหนียวใกล้สุก โขลกงาขี้ม่อนคั่วกับเกลือให้ละเอียดเข้ากันดี ใส่ข้าวเหนียวร้อนๆลงโขลกรวมกันจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วปั้นเป็นก้อนกลมแบนเล็กน้อย นำไปคลุกงาขี้ม่อนคั่วโขลกใส่เกลือ คลุกเคล้าให้ทั่วรับประทานร้อนๆ ข้าวเหนียวจะนุ่มอร่อย
Recommended Articles

ไม่ต้องไปต่อคิวซื้อก็ฟินได้กับขนมบ้าบิ่นทรงเครื่องล้นๆ ทำง่ายๆ ได้ที่บ้านด้วยกระทะเทฟลอน จุดเด่นคือแป้งนุ่มหนึบข้ามวัน หอมหวานกะทิสด สูตรนี้เราเน้นใส่เครื่องเน้นๆ ทะลักทะลวง ทั้งมะพร้าวอ่อนข้าวโพด และเผือก จี่ไฟอ่อนๆ จนผิวด้านนอกกรอบเกรียม รสชาติหวานน้อย อร่อยหนักเครื่อง ใครชอบบ้าบิ่นสไตล์โฮมเมดที่เลือกเครื่องเองได้ ต้องห้ามพลาดสูตรนี้

ย้อนตำนานขนมไทยโบราณหาทานยาก! ‘ขนมครกข้าวอ่อน’ (ขนมครกข้าวเม่าอ่อน) ความอร่อยที่หลายคนไม่เคยลิ้มลอง Krua.co ชวนนำข้าวเม่าสดสีเขียวสวยมาผสมกะทิเเละแป้งไทยนานาชนิด หยอดลงเบ้าขนมครกร้อน ๆ จนสุกหอม กลิ่นข้าวใหม่ที่หอมฟุ้งเตะจมูก ผสานความหวานมันของกะทิและเนื้อมะพร้าวอ่อน เป็นเมนูอนุรักษ์ที่รสชาติล้ำลึก ต้องลอง!

ฉีกกฎกล้วยทับเดิมๆ แล้วมาฟินกับ ‘กล้วยปิ้งคาราเมลกะทิมะพร้าวอ่อน’ เมนูขนมไทยประยุกต์ที่อร่อยน้ำตาไหล! จุดเด่นคือน้ำราดกะทิที่เราเคี่ยวจนเปลี่ยนเป็นสีคาราเมลทองสวย หอมกลิ่นน้ำตาลไหม้และกะทิสดรสเค็มมัน แทรกด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนนุ่มๆ ราดชุ่มๆ บนกล้วยน้ำว้าปิ้งเนื้อหนึบหนับ

ย้อนวันวานกับ ‘ข้าวเม่าทอด’ ขนมไทยโบราณที่หาทานยากขึ้นทุกวัน! แจกสูตรเด็ดที่ทำตามแล้วเป๊ะ เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกกล้วยไข่สุกพอดี ห่อด้วยข้าวเม่ากวนมะพร้าวที่เหนียวนุ่ม หอมหวาน และไฮไลท์คือเทคนิคการทอดให้ ‘จับแพ’ สวยงาม แป้งกรอบร่วน ไม่อมน้ำมัน อร่อยครบเครื่องทั้งความกรอบ หนึบ และหวานหอมในคำเดียว ทำขายรับรองลูกค้าติดใจ!

ชวนย้อนวันวานกับเมนู ‘ขนมมันทิพย์’ ขนมไทยโบราณหากินยากที่ทำเองไม่ยาก ทำขายก็ได้กำไรงาม หัวใจของความอร่อยคือการให้นำมันสำปะหลังมานึ่ง บดให้ละเอียดแล้วค่อยนำมานวดรวมกับน้ำเชื่อมกะทิหอมหวาน ปั้นเป็นก้อนกลมแล้วนำไปย่างบนเตาถ่านช้า ๆ จนผิวด้านนอกเกรียมนิด ๆ และส่งกลิ่นหอมไหม้ที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อในนุ่มเป็นสูตรขนมไทยที่ใครได้ลองก็ต้องหลงรักในความเรียบง่ายแต่อร่อยล้ำ

ขนมโค ลูกกลมๆ น่ารักที่คลุกด้วยมะพร้าวขูดเส้น หน้าตาเหมือนขนมต้มของภาคกลางแต่สอดไส้น้ำตาลก้อนอยู่ด้านใน เป็นขนมมงคลที่มักถูกใช้ในงานพิธีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานประเพณีทางศาสนา หรือแม้กระทั่งใช้ในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความนุ่มหนึบของแป้ง ความหอมมันของมะพร้าวและความหวานหอมชุ่มฉ่ำของไส้น้ำตาลแว่นที่เมื่อกัดเข้าไปแล้วไส้จะมีความเยิ้มของน้ำตาลที่ละลายนิดๆ แต่ยังคงได้ความกรุบกรอบอยู่ เป็นสัมผัสที่ลงตัวเข้ากัน

ขนมหวานหน้าร้อนต้องยกให้ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวสุกนุ่มมูนกับกะทิสดหอมๆ หวานเค็มมันกำลังดี กินกับมะม่วงสุกที่หาได้ในฤดูร้อน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ อกร่อง เขียวเสวย ฯลฯ เลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูสายพันธุ์เชียงราย เมล็ดข้าวเรียวยาว เคล็ดลับคือ การเตรียมข้าวเหนียวให้ถูกต้องก่อน ข้อแรกคือเราต้องรู้ว่าข้าวเหนียวที่ใช้เก่าหรือใหม่เพื่อที่จะแช่ข้าวเหนียวให้พอดี ข้อสองคือการล้างเอายางข้าวออกเพื่อให้มูนแล้วเมล็ดข้าววาวใส ส่วนกะทิที่มูนถ้าจะให้ดี ควรใช้กะทิสดจะหอมมันกว่ากะทิกล่องเป็นไหนๆ วิธีเลือกกะทิสดให้สั่งมะพร้าวขูดขาว (ขูดไม่ติดกะลามะพร้าว) และให้แม่ค้าคั้นแบบไม่ใส่น้ำ จะได้หัวกะทิข้นๆ เมื่อได้มาแล้ว หากยังไม่ทำทันทีให้นำหัวกะทิที่ซื้อมาตั้งไฟอ่อนพอให้กะทิร้อนประมาณ 80องศาเซลเซียสเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน มิเช่นนั้นกะทิจะบูดเสียก่อน

ขนมต้มแดง เป็นขนมโบราณดังเดิม เป็นการนวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำให้เข้ากันจนปั้นเป็นก้อนได้ จากนั้นนำไปต้มให้แป้งสุก ส่วนตัวหน้ากระฉีกนั้นเป็นการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว น้ำ และเกลือ ให้ส่วนผสมทุกอย่างละลายและเดือดเข้ากันดี จึงค่อยใส่มะพร้าวขูด เคี่ยวต่อจนส่วนผสมงวด ก่อนจะเอามาราดหรือจะนำเอาแป้งที่ต้มสุ่กแล้วลงเคล้าให้เคลือบตัวแป้งจนทั่วก็ได้เช่นกัน

‘น้อยหน่า’ ผลไม้ไทยรสหอมหวานเนื้อละมุนลิ้นที่นอกจากกินเป็นผลไม้แล้วคนโบราณยังนิยมนำมาทำเป็นของหวานได้อีกด้วยกับเมนู น้อยหน่าน้ำกะทิ ซึ่งจะใช้น้อยหน่าหนังพันธุ์เพชรปากช่อง ความพิเศษของพันธุ์นี้คือ ลูกใหญ่ เนื้อเยอะ เมื่อสุกกำลังดีเนื้อจะนุ่มหนึบไม่เละง่าย ที่สำคัญเมล็ดน้อย เป็นเมนูขนมหวานที่ไม่อยากให้พลาดในฤดูกาลนี้จริงๆ

ขนมปลากริมไข่เต่าเดิมเรียกว่า ขนมแชงมา หรือ แฉ่งม้า หรือคำที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า ขนมสองหม้อ จากลักษณะตัวขนมที่แยกออกเป็น 2 หม้อ 2 สี ปลากริมหม้อหวาน ไข่เต่าหม้อเค็ม ตัวปลากริมหรือ ‘ตัวหวาน’ ลักษณะเป็นเส้นยาวๆ ตรงกลางอ้วน หัวท้ายเรียวคล้ายเส้นลอดช่อง ตัวสีน้ำตาลรสหอมหวานจากน้ำตาลมะพร้าว ส่วนไข่เต่าหรือ ‘ตัวเค็ม’ ลักษณะกลมรี คล้ายไข่เต่า สีขาว รสชาติเค็มๆ มันๆ จากหัวกะทิ ส่วนเวลากินก็อยู่ที่ว่าใครชอบกินฝั่งไหนมากกว่า แต่แนะนำให้กินพร้อมกันจะอร่อยที่สุด ตักใส่ถ้วยอย่างละครึ่ง คนให้เข้ากัน หนึ่งคำได้ครบทุกรสทั้งหอม หวาน มัน เค็มกลมกล่อมลงตัวพอดี

ไม่ต้องไปต่อคิวซื้อก็ฟินได้กับขนมบ้าบิ่นทรงเครื่องล้นๆ ทำง่ายๆ ได้ที่บ้านด้วยกระทะเทฟลอน จุดเด่นคือแป้งนุ่มหนึบข้ามวัน หอมหวานกะทิสด สูตรนี้เราเน้นใส่เครื่องเน้นๆ ทะลักทะลวง ทั้งมะพร้าวอ่อนข้าวโพด และเผือก จี่ไฟอ่อนๆ จนผิวด้านนอกกรอบเกรียม รสชาติหวานน้อย อร่อยหนักเครื่อง ใครชอบบ้าบิ่นสไตล์โฮมเมดที่เลือกเครื่องเองได้ ต้องห้ามพลาดสูตรนี้

ย้อนตำนานขนมไทยโบราณหาทานยาก! ‘ขนมครกข้าวอ่อน’ (ขนมครกข้าวเม่าอ่อน) ความอร่อยที่หลายคนไม่เคยลิ้มลอง Krua.co ชวนนำข้าวเม่าสดสีเขียวสวยมาผสมกะทิเเละแป้งไทยนานาชนิด หยอดลงเบ้าขนมครกร้อน ๆ จนสุกหอม กลิ่นข้าวใหม่ที่หอมฟุ้งเตะจมูก ผสานความหวานมันของกะทิและเนื้อมะพร้าวอ่อน เป็นเมนูอนุรักษ์ที่รสชาติล้ำลึก ต้องลอง!

ฉีกกฎกล้วยทับเดิมๆ แล้วมาฟินกับ ‘กล้วยปิ้งคาราเมลกะทิมะพร้าวอ่อน’ เมนูขนมไทยประยุกต์ที่อร่อยน้ำตาไหล! จุดเด่นคือน้ำราดกะทิที่เราเคี่ยวจนเปลี่ยนเป็นสีคาราเมลทองสวย หอมกลิ่นน้ำตาลไหม้และกะทิสดรสเค็มมัน แทรกด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนนุ่มๆ ราดชุ่มๆ บนกล้วยน้ำว้าปิ้งเนื้อหนึบหนับ

ย้อนวันวานกับ ‘ข้าวเม่าทอด’ ขนมไทยโบราณที่หาทานยากขึ้นทุกวัน! แจกสูตรเด็ดที่ทำตามแล้วเป๊ะ เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกกล้วยไข่สุกพอดี ห่อด้วยข้าวเม่ากวนมะพร้าวที่เหนียวนุ่ม หอมหวาน และไฮไลท์คือเทคนิคการทอดให้ ‘จับแพ’ สวยงาม แป้งกรอบร่วน ไม่อมน้ำมัน อร่อยครบเครื่องทั้งความกรอบ หนึบ และหวานหอมในคำเดียว ทำขายรับรองลูกค้าติดใจ!

ชวนย้อนวันวานกับเมนู ‘ขนมมันทิพย์’ ขนมไทยโบราณหากินยากที่ทำเองไม่ยาก ทำขายก็ได้กำไรงาม หัวใจของความอร่อยคือการให้นำมันสำปะหลังมานึ่ง บดให้ละเอียดแล้วค่อยนำมานวดรวมกับน้ำเชื่อมกะทิหอมหวาน ปั้นเป็นก้อนกลมแล้วนำไปย่างบนเตาถ่านช้า ๆ จนผิวด้านนอกเกรียมนิด ๆ และส่งกลิ่นหอมไหม้ที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อในนุ่มเป็นสูตรขนมไทยที่ใครได้ลองก็ต้องหลงรักในความเรียบง่ายแต่อร่อยล้ำ

ขนมโค ลูกกลมๆ น่ารักที่คลุกด้วยมะพร้าวขูดเส้น หน้าตาเหมือนขนมต้มของภาคกลางแต่สอดไส้น้ำตาลก้อนอยู่ด้านใน เป็นขนมมงคลที่มักถูกใช้ในงานพิธีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานประเพณีทางศาสนา หรือแม้กระทั่งใช้ในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความนุ่มหนึบของแป้ง ความหอมมันของมะพร้าวและความหวานหอมชุ่มฉ่ำของไส้น้ำตาลแว่นที่เมื่อกัดเข้าไปแล้วไส้จะมีความเยิ้มของน้ำตาลที่ละลายนิดๆ แต่ยังคงได้ความกรุบกรอบอยู่ เป็นสัมผัสที่ลงตัวเข้ากัน

ขนมหวานหน้าร้อนต้องยกให้ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวสุกนุ่มมูนกับกะทิสดหอมๆ หวานเค็มมันกำลังดี กินกับมะม่วงสุกที่หาได้ในฤดูร้อน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ อกร่อง เขียวเสวย ฯลฯ เลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูสายพันธุ์เชียงราย เมล็ดข้าวเรียวยาว เคล็ดลับคือ การเตรียมข้าวเหนียวให้ถูกต้องก่อน ข้อแรกคือเราต้องรู้ว่าข้าวเหนียวที่ใช้เก่าหรือใหม่เพื่อที่จะแช่ข้าวเหนียวให้พอดี ข้อสองคือการล้างเอายางข้าวออกเพื่อให้มูนแล้วเมล็ดข้าววาวใส ส่วนกะทิที่มูนถ้าจะให้ดี ควรใช้กะทิสดจะหอมมันกว่ากะทิกล่องเป็นไหนๆ วิธีเลือกกะทิสดให้สั่งมะพร้าวขูดขาว (ขูดไม่ติดกะลามะพร้าว) และให้แม่ค้าคั้นแบบไม่ใส่น้ำ จะได้หัวกะทิข้นๆ เมื่อได้มาแล้ว หากยังไม่ทำทันทีให้นำหัวกะทิที่ซื้อมาตั้งไฟอ่อนพอให้กะทิร้อนประมาณ 80องศาเซลเซียสเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน มิเช่นนั้นกะทิจะบูดเสียก่อน

ขนมต้มแดง เป็นขนมโบราณดังเดิม เป็นการนวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำให้เข้ากันจนปั้นเป็นก้อนได้ จากนั้นนำไปต้มให้แป้งสุก ส่วนตัวหน้ากระฉีกนั้นเป็นการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว น้ำ และเกลือ ให้ส่วนผสมทุกอย่างละลายและเดือดเข้ากันดี จึงค่อยใส่มะพร้าวขูด เคี่ยวต่อจนส่วนผสมงวด ก่อนจะเอามาราดหรือจะนำเอาแป้งที่ต้มสุ่กแล้วลงเคล้าให้เคลือบตัวแป้งจนทั่วก็ได้เช่นกัน

‘น้อยหน่า’ ผลไม้ไทยรสหอมหวานเนื้อละมุนลิ้นที่นอกจากกินเป็นผลไม้แล้วคนโบราณยังนิยมนำมาทำเป็นของหวานได้อีกด้วยกับเมนู น้อยหน่าน้ำกะทิ ซึ่งจะใช้น้อยหน่าหนังพันธุ์เพชรปากช่อง ความพิเศษของพันธุ์นี้คือ ลูกใหญ่ เนื้อเยอะ เมื่อสุกกำลังดีเนื้อจะนุ่มหนึบไม่เละง่าย ที่สำคัญเมล็ดน้อย เป็นเมนูขนมหวานที่ไม่อยากให้พลาดในฤดูกาลนี้จริงๆ

ขนมปลากริมไข่เต่าเดิมเรียกว่า ขนมแชงมา หรือ แฉ่งม้า หรือคำที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า ขนมสองหม้อ จากลักษณะตัวขนมที่แยกออกเป็น 2 หม้อ 2 สี ปลากริมหม้อหวาน ไข่เต่าหม้อเค็ม ตัวปลากริมหรือ ‘ตัวหวาน’ ลักษณะเป็นเส้นยาวๆ ตรงกลางอ้วน หัวท้ายเรียวคล้ายเส้นลอดช่อง ตัวสีน้ำตาลรสหอมหวานจากน้ำตาลมะพร้าว ส่วนไข่เต่าหรือ ‘ตัวเค็ม’ ลักษณะกลมรี คล้ายไข่เต่า สีขาว รสชาติเค็มๆ มันๆ จากหัวกะทิ ส่วนเวลากินก็อยู่ที่ว่าใครชอบกินฝั่งไหนมากกว่า แต่แนะนำให้กินพร้อมกันจะอร่อยที่สุด ตักใส่ถ้วยอย่างละครึ่ง คนให้เข้ากัน หนึ่งคำได้ครบทุกรสทั้งหอม หวาน มัน เค็มกลมกล่อมลงตัวพอดี

ไม่ต้องไปต่อคิวซื้อก็ฟินได้กับขนมบ้าบิ่นทรงเครื่องล้นๆ ทำง่ายๆ ได้ที่บ้านด้วยกระทะเทฟลอน จุดเด่นคือแป้งนุ่มหนึบข้ามวัน หอมหวานกะทิสด สูตรนี้เราเน้นใส่เครื่องเน้นๆ ทะลักทะลวง ทั้งมะพร้าวอ่อนข้าวโพด และเผือก จี่ไฟอ่อนๆ จนผิวด้านนอกกรอบเกรียม รสชาติหวานน้อย อร่อยหนักเครื่อง ใครชอบบ้าบิ่นสไตล์โฮมเมดที่เลือกเครื่องเองได้ ต้องห้ามพลาดสูตรนี้

ย้อนตำนานขนมไทยโบราณหาทานยาก! ‘ขนมครกข้าวอ่อน’ (ขนมครกข้าวเม่าอ่อน) ความอร่อยที่หลายคนไม่เคยลิ้มลอง Krua.co ชวนนำข้าวเม่าสดสีเขียวสวยมาผสมกะทิเเละแป้งไทยนานาชนิด หยอดลงเบ้าขนมครกร้อน ๆ จนสุกหอม กลิ่นข้าวใหม่ที่หอมฟุ้งเตะจมูก ผสานความหวานมันของกะทิและเนื้อมะพร้าวอ่อน เป็นเมนูอนุรักษ์ที่รสชาติล้ำลึก ต้องลอง!

ฉีกกฎกล้วยทับเดิมๆ แล้วมาฟินกับ ‘กล้วยปิ้งคาราเมลกะทิมะพร้าวอ่อน’ เมนูขนมไทยประยุกต์ที่อร่อยน้ำตาไหล! จุดเด่นคือน้ำราดกะทิที่เราเคี่ยวจนเปลี่ยนเป็นสีคาราเมลทองสวย หอมกลิ่นน้ำตาลไหม้และกะทิสดรสเค็มมัน แทรกด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนนุ่มๆ ราดชุ่มๆ บนกล้วยน้ำว้าปิ้งเนื้อหนึบหนับ

ย้อนวันวานกับ ‘ข้าวเม่าทอด’ ขนมไทยโบราณที่หาทานยากขึ้นทุกวัน! แจกสูตรเด็ดที่ทำตามแล้วเป๊ะ เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกกล้วยไข่สุกพอดี ห่อด้วยข้าวเม่ากวนมะพร้าวที่เหนียวนุ่ม หอมหวาน และไฮไลท์คือเทคนิคการทอดให้ ‘จับแพ’ สวยงาม แป้งกรอบร่วน ไม่อมน้ำมัน อร่อยครบเครื่องทั้งความกรอบ หนึบ และหวานหอมในคำเดียว ทำขายรับรองลูกค้าติดใจ!

ชวนย้อนวันวานกับเมนู ‘ขนมมันทิพย์’ ขนมไทยโบราณหากินยากที่ทำเองไม่ยาก ทำขายก็ได้กำไรงาม หัวใจของความอร่อยคือการให้นำมันสำปะหลังมานึ่ง บดให้ละเอียดแล้วค่อยนำมานวดรวมกับน้ำเชื่อมกะทิหอมหวาน ปั้นเป็นก้อนกลมแล้วนำไปย่างบนเตาถ่านช้า ๆ จนผิวด้านนอกเกรียมนิด ๆ และส่งกลิ่นหอมไหม้ที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อในนุ่มเป็นสูตรขนมไทยที่ใครได้ลองก็ต้องหลงรักในความเรียบง่ายแต่อร่อยล้ำ

ขนมโค ลูกกลมๆ น่ารักที่คลุกด้วยมะพร้าวขูดเส้น หน้าตาเหมือนขนมต้มของภาคกลางแต่สอดไส้น้ำตาลก้อนอยู่ด้านใน เป็นขนมมงคลที่มักถูกใช้ในงานพิธีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานประเพณีทางศาสนา หรือแม้กระทั่งใช้ในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความนุ่มหนึบของแป้ง ความหอมมันของมะพร้าวและความหวานหอมชุ่มฉ่ำของไส้น้ำตาลแว่นที่เมื่อกัดเข้าไปแล้วไส้จะมีความเยิ้มของน้ำตาลที่ละลายนิดๆ แต่ยังคงได้ความกรุบกรอบอยู่ เป็นสัมผัสที่ลงตัวเข้ากัน

ขนมหวานหน้าร้อนต้องยกให้ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวสุกนุ่มมูนกับกะทิสดหอมๆ หวานเค็มมันกำลังดี กินกับมะม่วงสุกที่หาได้ในฤดูร้อน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ อกร่อง เขียวเสวย ฯลฯ เลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูสายพันธุ์เชียงราย เมล็ดข้าวเรียวยาว เคล็ดลับคือ การเตรียมข้าวเหนียวให้ถูกต้องก่อน ข้อแรกคือเราต้องรู้ว่าข้าวเหนียวที่ใช้เก่าหรือใหม่เพื่อที่จะแช่ข้าวเหนียวให้พอดี ข้อสองคือการล้างเอายางข้าวออกเพื่อให้มูนแล้วเมล็ดข้าววาวใส ส่วนกะทิที่มูนถ้าจะให้ดี ควรใช้กะทิสดจะหอมมันกว่ากะทิกล่องเป็นไหนๆ วิธีเลือกกะทิสดให้สั่งมะพร้าวขูดขาว (ขูดไม่ติดกะลามะพร้าว) และให้แม่ค้าคั้นแบบไม่ใส่น้ำ จะได้หัวกะทิข้นๆ เมื่อได้มาแล้ว หากยังไม่ทำทันทีให้นำหัวกะทิที่ซื้อมาตั้งไฟอ่อนพอให้กะทิร้อนประมาณ 80องศาเซลเซียสเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน มิเช่นนั้นกะทิจะบูดเสียก่อน

ขนมต้มแดง เป็นขนมโบราณดังเดิม เป็นการนวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำให้เข้ากันจนปั้นเป็นก้อนได้ จากนั้นนำไปต้มให้แป้งสุก ส่วนตัวหน้ากระฉีกนั้นเป็นการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว น้ำ และเกลือ ให้ส่วนผสมทุกอย่างละลายและเดือดเข้ากันดี จึงค่อยใส่มะพร้าวขูด เคี่ยวต่อจนส่วนผสมงวด ก่อนจะเอามาราดหรือจะนำเอาแป้งที่ต้มสุ่กแล้วลงเคล้าให้เคลือบตัวแป้งจนทั่วก็ได้เช่นกัน

‘น้อยหน่า’ ผลไม้ไทยรสหอมหวานเนื้อละมุนลิ้นที่นอกจากกินเป็นผลไม้แล้วคนโบราณยังนิยมนำมาทำเป็นของหวานได้อีกด้วยกับเมนู น้อยหน่าน้ำกะทิ ซึ่งจะใช้น้อยหน่าหนังพันธุ์เพชรปากช่อง ความพิเศษของพันธุ์นี้คือ ลูกใหญ่ เนื้อเยอะ เมื่อสุกกำลังดีเนื้อจะนุ่มหนึบไม่เละง่าย ที่สำคัญเมล็ดน้อย เป็นเมนูขนมหวานที่ไม่อยากให้พลาดในฤดูกาลนี้จริงๆ

ขนมปลากริมไข่เต่าเดิมเรียกว่า ขนมแชงมา หรือ แฉ่งม้า หรือคำที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า ขนมสองหม้อ จากลักษณะตัวขนมที่แยกออกเป็น 2 หม้อ 2 สี ปลากริมหม้อหวาน ไข่เต่าหม้อเค็ม ตัวปลากริมหรือ ‘ตัวหวาน’ ลักษณะเป็นเส้นยาวๆ ตรงกลางอ้วน หัวท้ายเรียวคล้ายเส้นลอดช่อง ตัวสีน้ำตาลรสหอมหวานจากน้ำตาลมะพร้าว ส่วนไข่เต่าหรือ ‘ตัวเค็ม’ ลักษณะกลมรี คล้ายไข่เต่า สีขาว รสชาติเค็มๆ มันๆ จากหัวกะทิ ส่วนเวลากินก็อยู่ที่ว่าใครชอบกินฝั่งไหนมากกว่า แต่แนะนำให้กินพร้อมกันจะอร่อยที่สุด ตักใส่ถ้วยอย่างละครึ่ง คนให้เข้ากัน หนึ่งคำได้ครบทุกรสทั้งหอม หวาน มัน เค็มกลมกล่อมลงตัวพอดี
Recommended Videos