เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

 

food story

เดินเล่นที่ ‘นางเลิ้ง’ ตลาดบกแห่งแรกของประเทศไทย

Story by เสาวลักษณ์ เชื้อคำ

ตามหาร้านเด็ดในตลาดเก่า ดูโรงหนังร้อยปี ไหว้พระขอพร และกินของอร่อยที่นางเลิ้ง

ในอดีตที่ถนนหนทางยังไม่ได้ทำหน้าที่เป็นช่องทางสัญจรหลัก ผู้คนในบางกอกไปมาหาสู่กันด้วยสายน้ำเป็นส่วนมาก บ้านเรือนของคนบางกอกจึงมีท่าน้ำ หันหน้าเข้าหาน้ำ และทุกครัวเรือนจึงมีเรือเป็นพาหนะสำคัญประจำบ้านเสมอ

 

 

 

 

ภายหลังเมื่อมีการตัดถนนอยู่ในแผนพัฒนาเมืองในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ถนนหนทางบนบกก็เริ่มมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีการใช้รถยนต์เป็นครั้งแรกในสยาม เริ่มมีการสร้างทางรถไฟ แห่งชุมนุมนัดหมายต่างๆ ก็เริ่ม ‘ยกพลขึ้นบก’ ตามไปด้วย เช่นกว่าแต่เดิมการซื้อขายแลกเปลี่ยนมักเกิดขึ้นตามท่าน้ำใหญ่ๆ จนเป็น ‘ตลาดน้ำ’ ก็กลับกลายเป็น ‘ตลาดบก’ ขึ้น และตลาดที่เชื่อกันว่าเป็นตลาดบกแห่งแรกของบางกอกและของสยามก็คือตลาดนางเลิ้งแห่งนี้นี่เอง

 

 

 

 

 

 

 

ตลาดนางเลิ้ง ตั้งอยู่ที่ซอยนครสวรรค์ ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย หากย้อนไปในสมัยที่มีการย้ายราชธานีจากธนบุรีข้ามมายังฝั่งรัตนโกสินทร์ (ในช่วงรัชกาลที่ 1) ย่านนี้มีเพียงเทือกสวนไร่นาจนได้ชื่อว่า ‘บ้านสนามควาย’ จนกระทั่งมีการขุดคลองรอบพระนครขึ้น บ้านสนามควายก็กลายเป็นจุดสำคัญในการค้าขายริมคลองนับแต่นั้นเป็นต้นมา และถูกเปลี่ยนชื่อเป็นย่าน ‘อีเลิ้ง’ ตามชื่อของโอ่งขนาดใหญ่ (โอ่งอีเลิ้งหรือโอ่งนครสวรรค์) โดยสันนิษฐานกันว่า อาจเป็นเพราะย่านนี้เป็นจุดที่มีการขนโอ่งอีเลิ้งขึ้นจากคลองผดุงเพื่อเตรียมสำหรับการค้าขายมายาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ภายหลัง ชื่ออีเลิ้งถูกเปลี่ยนเป็นชื่อ ‘นางเลิ้ง’ เพื่อความสุภาพและไพเราะ ย่านนี้จึงได้ชื่อว่าย่านนางเลิ้งมาจนถึงปัจจุบัน

 

 

 

 

 

 

 

 

นางเลิ้งมีประวัติที่ยาวนานและรุ่มรวยหลากหลาย ทำให้นางเลิ้งมีสถานที่สำคัญ มีวีถีชีวิตเฉพาะตัว และมีวัฒนธรรมเก่าแก่หลงเหลือให้ได้ตามรอยไม่น้อย วันนี้ทีมครัวจึงขอชวนทุกคนมาเดินเล่นย่านนางเลิ้ง เพื่อตามหาประวัติศาสตร์ชุมชน และตามหาของอร่อยกินให้หนำใจกันค่ะ

 

 

 

 

วัดญวนนางเลิ้ง

 

 

 

 

ย่านนางเลิ้งเป็นย่านเล็กๆ ที่สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของกรุงเทพได้เป็นอย่างดี ทั้งไทย จีน ญวน มอญ สารพัด กระทั่งชื่อ ‘อีเลิ้ง’ เองก็เป็นคำในภาษามอญ และไม่ใกล้ไม่ไกลจากตลาดนางเลิ้งก็มีวัดญวนสะพานขาวตั้งอยู่ด้วย

 

 

 

 

วัดญวนสะพานขาว เป็นวัดในอนัมนิกาย (พุทธศาสนานิกายมหายานที่นับถือกันในหมู่คนเวียดนาม) สร้างขึ้นโดยสร้างชาวญวนที่อพยพเข้ามาตั้งแต่รัชสมัยของรัชกาลที่ 3 ภายหลังมีการปฏิสังขรครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 และมีการพระราชทานนามใหม่ว่า ‘วัดสมณานัมบริหาร’ 

 

 

 

 

 

 

 

น่าเสียดายที่ในช่วงหนึ่ง ความขัดแย้งทางการเมืองทำให้คนญวนหรือคนเชื้อสายเวียดนามถูกจับตามองว่าอาจมีแนวคิดแบบคอมมิวนิสต์ ชาวญวนส่วนในบางกอกส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะเปลี่ยนชื่อ นามสกุล และปิดบังอัตลักษณ์ญวนไว้เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง อัตลักษณ์ญวนอพยพในย่านนางเลิ้งจึงเบาบางจนแทบตามหาลูกหลานคนญวนไม่เจอ แต่วัดญวนนางเลิ้งก็ยังคงรักษาวิถีอนัมนิกายไว้ได้อย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน-ญวนที่ปรากฏในวัด และเจดีย์ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทที่ยังคงมีอัฐิของคนเชื้อสายญวนอพยพบรรจุไว้อยู่ที่ฐานรอบอยู่จนถึงปัจจุบัน

 

 

 

 

ศาลเสด็จเตี่ย

 

 

 

 

ในยุคหนึ่งของนางเลิ้ง ย่านนี้ถูกนับให้เป็น ‘ย่านวัง’ แห่งพระนครอีกย่านหนึ่ง เพราะเต็มไปด้วยวังของเจ้านาย อย่างเช่นวังนางเลิ้ง ซึ่งเป็นที่ประทับของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ ‘เสด็จเตี่ย’ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นพระบิดาแห่งราชนาวีไทย

 

 

 

 

 

 

 

วังนางเลิ้ง เป็นวังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ทรงสร้างพระราชทานแก่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ภายหลังจากสำเร็จศึกษาวิชาทหารเรือ ณ สหราชอาณาจักรนานกว่า 7 ปี มีบันทึกไว้ว่า วังมีพื้นที่รวมกว่า 20 ไร่ ส่วนตำหนักใหญ่สร้างไว้เป็นตึก 2 ชั้นทรงยุโรปอย่างสวยงาม ภายหลังเมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สิ้นพระชนม์ลง พื้นที่ของวังนางเลิ้งก็ถูกแบ่งเป็นสมบัติสืบต่อให้กับโอรสธิดาและพระชายา บางส่วนถูกปล่อยเช่าและขายต่อไปหลายทอด ตัวตำหนักถูกรื้อเพื่อสร้างโรงเรียนพณิชยการพระนคร ซึ่งกลายเป็นที่ตั้งของคณะบริหารธุรกิจและคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครในปัจจุบัน

 

 

 

 

ร่องรอยของวังนางเลิ้งคงเหลือไว้ไม่มาก เช่น ประตูวังบางส่วน เรือนหมอพร เรือนไม้ 2 ชั้นที่แต่เดิมเป็นของหม่อมเมี้ยน อาภากร ณ อยุธยา พระชายาในกรมหลวงชุมพรฯ ปัจจุบันถูกใช้เป็นอาคารจัดแสดงพระประวัติและเครื่องใช้ประจำพระองค์กรมหลวงฯ และอีกร่องรอยหนึ่งคือรองร่อยแห่งศรัทธาที่ชาวบ้านนางเลิ้งมีต่อเสด็จเตี่ย จึงร่วมใจกันสร้างศาลเสด็จเตี่ยขึ้นเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชนนั่นเอง

 

 

 

 

 

 

 

เดิมที ศาลเสด็จเตี่ยหลังแรกตั้งอยู่ในพื้นที่อื่น และถูกรื้อเพื่อสร้างสิ่งก่อสร้างใหม่ ชาวบ้านนางเลิ้งที่มีศรัทธาต่อเสด็จเตี่ยจึงได้ขี้ธูปจากกระถางธูปเดิมมาตั้งศาลใหม่ในตลาดนางเลิ้ง และมีการบูรณะขึ้นใหม่ให้สวยงาม เป็นลักษณะแบบศาลเจ้าไทยจีน มีทั้งรูปเคารพของเสด็จเตี่ยและรูปเคารพเทพจีนอื่นๆ เช่น เทพเจ้าปึงเถากง กวนอู ไฉ่ซิงเอี้ยะ และเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นไปตามวิถีความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีนที่จะต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชนไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจเสมอไม่ว่าจะอพยพโยกย้ายไปอยู่ที่ใด

 

 

 

 

ศาลแห่งนี้ ถือเป็นศาลเสด็จเตี่ยแห่งแรกของประเทศไทย และยังมีผู้คนหลั่งใหลมากราบไหว้ขอพรจากเสด็จเตี่ยจนถึงปัจจุบัน และในทุกปี ชาวนางเลิ้งก็จะมีการจัดงานประจำปีขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองและขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยกำหนดให้วันที่ 15-18 ธันวาคมเป็นวันไหว้ขอบคุณเทพเจ้า และวันที่ 19 ธันวาคมซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติของกรมหลวงชุมพรฯ เป็นวันไหว้เสด็จเตี่ย ตลอด 5 วันจะมีการแสดงลิเกและอุปรากรจีน (งิ้ว) อย่างยิ่งใหญ่สวยงาม ถือเป็นงานประจำปีที่ชาวนางเลิ้งและผู้ศรัทธาในเสด็จเตี่ยรอคอยอยู่เสมอ

 

 

 

 

‘นางเลิ้ง’ ตลาดบกแห่งแรกของประเทศไทย

 

 

 

 

เมื่อมีการพัฒนาเส้นทางคมนาคมอย่างการตัดถนนขึ้น การค้าขายในย่านนางเลิ้งก็ถูกขยับขยายขึ้นมาบนบก จนเกิดเป็น ‘ตลาดนางเลิ้ง’ ขึ้น ในวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2443 พระบาทสมเด็จพระเจ้าจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดเองด้วยพระองค์เอง หากนับมาถึงปีปัจจุบัน ตลาดนางเลิ้งจะมีอายุถึง 125 ปี นับเป็นตลาดบกที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และยังคงเปิดทำการค้าขายมาจนถึงปัจจุบัน ตลาดนางเลิ้งจึงไม่ใช่แค่ตลาดโบราณเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

ในยุครุ่งเรืองของตลาดนางเลิ้ง ตลาดแห่งนี้มีทั้งข้าวของซึ่งขนมาจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ และสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ มีการสร้างตึกแถวซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก มีแหล่งความบันเทิงสารพัดไม่ว่าจะเป็นโรงฝิ่น บ่อน สนามม้า โรงน้ำชา โรงภาพยนตร์ ปัจจุบันแม้ความเป็นศูนย์กลางทางการค้าจะขยับขยายย้ายออกไปอยู่ย่านอื่นแล้ว แต่นางเลิ้งก็ยังมีร่องรอยของการเป็น ‘เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ ให้เห็นอยู่ ไม่ว่าจะชื่อตรอกละคร สนามม้านางเลิ้ง และโรงหนังนางเลิ้งหรือศาลาเฉลิมธานี โรงหนังสแตนอโลนแห่งแรกในประเทศไทยที่มีอายุมากกว่า 100 ปี

 

 

 

 

 

 

 

โรงหนังนางเลิ้งได้ปิดตัวลงไปในปี พ.ศ.2536 แต่ยังคงมีการบูรณะในอยู่ในสภาพสมบูรณ์ โดยเฉพาะโครงสร้างไม้อันเป็นเอกลักษณ์จนได้ชื่อว่าเป็นโรงหนังไม้ที่ยังเหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวของประเทศไทย แม้ปัจจุบัน โรงหนังนางเลิ้งจะไม่ได้ให้บริการแล้ว แต่ยังคงเป็นพื้นที่สำหรับจัดงานตามวาระและโอกาส และยังตั้งตระหง่านเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์อีกแห่งของชุมชนนี้

 

 

 

 

นางเลิ้งอ๊าร์ต 100 ปีของล็อกเก็ตวาดมือ

 

 

 

 

อีกหนึ่งร้านที่ควรแวะมาชมเมื่อมาเยือนนางเลิ้ง ก็คือ ‘นางเลิ้งอ๊าร์ต’ ร้านทำล็อกเกตหินที่เปิดให้บริการมานานกว่า 100 ปี แถมยังเป็นแห่งแรกและเป็นแห่งเดียวในไทยที่ยังผลิตล็อกเกตแบบแฮนด์เมดทุกกระบวนการ

 

 

 

 

 

 

 

นางเลิ้งอ๊าร์ตมีอายุไล่เลี่ยกันกับตลาดนางเลิ้งเพราะเปิดหลังจากตลาดนางเลิ้งไม่นานนัก แรกเริ่มเดิมทีเป็นร้านถ่ายภาพขาว-ดำตามสมัยนิยม (ในสมัยนั้น) จนภายหลัง แฟชันการใช้จี้เครื่องประดับอย่างฝรั่งเริ่มแพร่หลายเข้าสู่ประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 อาจ ศิลปวาณิช (หม่อยหยุ่น แซ่เหงี่ยว) ศิลปินเจ้าของร้านนางเลิ้งอ๊าร์ตจึงได้พัฒนาเทคนิคการทำล็อกเก็ตหินขึ้น เทคนิคการทำล็อกเกตหินของนางเลิ้งอ๊าร์ตไม่ใช่การพิมพ์ แต่การวาดมือล้วนๆ คล้ายกับเทคนิคของช่างอิตาลีโบราณ สีที่ใช้เป็นสีแร่โลหะที่ทนความร้อน ล็อกเกตหินจากร้านนางเลิ้งอ๊าร์ตจึงเก็บความสวยงามและความทรงจำได้เป็นร้อยปีโดยไม่เลือนลาง

 

 

 

 

 

 

 

ปัจจุบัน นางเลิ้งอ๊าร์ตให้บริการเฉพาะทำล็อกเกตหินเท่านั้น แถมราคาก็ยังเริ่มต้นที่หลายพันบาทต่อล็อกเกตขนาดเล็กจิ๋ว ผลงานที่ลูกค้ามักเข้ามาสั่งทำจึงเป็นรูปเชื้อพระวงศ์หรือเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ รูปพระเกจิ หรือรูปบุคคลสำคัญเป็นส่วนใหญ่ ทั้งยังต้องรอคิวผลิตนานราว 3 เดือนเป็นอย่างน้อยเพราะยังคงใช้วิธีการผลิตดั้งเดิมทั้งหมด และปัจจุบันมีศิลปินที่ยังสามารถวาดล็อกเกตได้เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่หน้าร้านนางเลิ้งอาร์ตก็ยังคงเปิดต้อนรับผู้มาเยือนอยู่ตลอด ภายในร้านมีทั้งภาพถ่ายโบราณและตัวอย่างงานล็อกเกตหินให้ดูมากมาย 

 

 

 

 

 

 

 

แม้ยังไม่มีกำลังทรัพย์ที่จะมาเป็นลูกค้า แต่ฉันก็ยังเอนจอยกับการยืนละเลียดมองล็อกเกตสวยๆ และฟังเรื่องเล่าสนุกๆ จากนางเลิ้งอ๊าร์ตอยู่มาก ใครแวะมาเดินเล่นที่ตลาดนางเลิ้ง ข้ามฝั่งมาดูงานศิลปะสวยๆ ที่อยู่คู่นางเลิ้งมานานกว่า 100 ปีได้ที่ฝั่งตรงข้ามเลยค่ะ

 

 

 

 

สารพัดของอร่อย ที่ตลาดนางเลิ้ง

 

 

 

 

สิ่งที่อยู่คู่กับชุมชนเก่าแก่อีกอย่างหนึ่งก็คืออาหารอร่อยค่ะ มาเดินเล่นที่ตลาดนางเลิ้งอย่างนี้ กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดก็คือการตระเวนกินของอร่อยประจำย่าน อย่าง 7 ร้านนี้ที่ทีมครัวพิสูจน์มาแล้วว่าดีจริง!!

 

 

 

 

จิ๊บกี่

 

 

 

 

ประเดิมกันที่ร้านเป็ดย่าง หมูแดง หมูกรอบ ประจำถิ่นอย่างร้าน ‘จิ๊บกี่’ ที่เปิดมานานเกือบร้อยปี แต่เดิมเป็นร้านเล็กๆ ที่ขายอยู่ในตลาดนางเลิ้ง พอลูกค้ามากเข้าก็ย้ายที่ตึกแถวฝั่งตรงข้ามตลาด จนปัจจุบันดำเนินการโดยรุ่นที่ 3 แล้ว แต่ยังคงรักษาความอร่อยไว้ได้ไม่ต่างจากเดิม

 

 

 

 

 

 

 

เมนูที่อยากแนะนำมากๆ คือเป็ดย่างที่เนื้อเป็ดหนานุ่ม หนังเป็ดพองสวย กลิ่นหอมมาก น้ำราดจะเป็นแบบไม่ข้น มีกลิ่นหอมแบบเต้าเจี้ยวและสมุนไพรจีน จานนี้ถูกโหวตโดยทุกคนบนโต๊ะว่าคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนหมูกรอบและหมูแดงก็รสเด็ด หมูกรอบหนังกรอบกรุบ มีไขมันแทรก ส่วนหมูแดงก็หนา นุ่ม ไม่แห้ง มาพร้อมน้ำราดหอมๆ สไตล์กวางตุ้ง แล้วข้าวราดราคาเติ่มต้นแค่จานละ 50 บาท ทั้งอร่อยและราคาดีคนจึงแน่นร้านตั้งแต่เช้า ใครอยากมาชิมร้านนี้ควรมาก่อนเที่ยง เพราะถ้ามาหลังจากนั้นอาจอดกินของอร่อยได้ค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

จิ๊บกี่ 洽記
Google Map : https://maps.app.goo.gl/Ew6uzK8b6Zxb2WnK7
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-14:00
โทร : 022811283

 

 

 

 

ขนมเบื้องญวนย่าแช่ม

 

 

 

 

อีกร้านในตำนานของตลาดนางเลิ้งที่สืบทอดสูตรกันมากว่าร้อยปี ตัวขนมเบื้องทำมาจากแป้งถั่วเขียวผสมกับข้าวเจ้าแล้วเติมสีเหลืองสวยด้วยขมิ้น ไส้เบื้องญวนเป็นมะพร้าวขูดเป็นเส้นผัดกับพริกไทยสีส้มสวย มีถั่วลิสง ถั่วงอก เต้าหู้ ไชโป๊ว ให้รสชาติที่หลากหลาย โรยหน้าด้วยผักชีหอมๆ มีทั้งแบบไม่ใส่ไข่ แป้งบางกรอบ และแบบใส่ไข่ที่ทอด 2 รอบ กรอบหอมตลอดทั้งชิ้น 

 

 

 

 

 

 

 

อาจาดของที่ร้านก็มีเอกลักษณ์ คือทำมาจากน้ำส้มสายชูสับปะรด รสเปรี้ยวหวาน กรุบกรอบด้วยแตงกวาและหอมแดง เผ็ดสดชื่นด้วยพริกสดและขิงซอย เป็นอาจาดที่กินแล้วสดชื่นกว่าอาจาดร้านไหนๆ โดยราคาเริ่มต้นที่ 50 บาทเท่านั้น ที่ขายคู่กันและไม่ควรพลาดคือขนมปังหน้าหมูและขนมเบื้องไทยลุงน้อยที่เป็นตำนานไม่แพ้กัน

 

 

 

 

 

 

 

ขนมเบื้องญวนย่าแช่ม
Google Map : https://maps.app.goo.gl/S7vNgUnfLB5rRYzZ7
เวลาเปิด-ปิด : 08:30-13:00
โทร : 0859789748

 

 

 

 

นันทาขนมไทย

 

 

 

 

ร้านขนมไทยเล็กๆ ในตลาดนางเลิ้งที่เปิดมาแล้ว 56 ปี แต่หากย้อนขึ้นไปถึงรุ่นคุณปู่ หม่อมหลวงจันทร์ ปาลกะวงศ์ ที่เป็นต้นเครื่องหวานในวังหลัง และรุ่นคุณพ่อ ช่างขนมที่พายเรือขายในคลองพระโขนงแล้ว ตำรับขนมไทยร้านนี้นับได้ว่าอายุกว่าร้อยปี

 

 

 

 

 

 

 

ปัจจุบันคุณนันทา หลานปู่หม่อมหลวงจันทร์ ยังคง ‘ใส่หัวใจ’ ไว้ในขนมทุกชิ้น เพราะเธอลงมือทำเองทุกขั้นตอน ทั้งรักษารสชาติ หน้าตา และความสะอาด มีทั้งขนมตาล, ขนมกล้วย, ขนมฟักทอง, ข้าวเหนียวหน้าต่างๆ, ตะโก้, ขนมใส่ไส้, ขนมมัน ราคาย่อมเยา เลือกได้ตามใจแบบบุฟเฟ่ต์ ซื้ออย่างละชิ้นเขาก็ขายนะ

 

 

 

 

 

 

 

นันทาขนมไทย
Google Map : https://maps.app.goo.gl/5mZGk2QYmGipAdK7A
เวลาเปิด-ปิด : 07:00-15:00 (ปิดวันอาทิตย์)
โทร : 022825142

 

 

 

 

ไส้กรอกปลาแนม

 

 

 

 

ไส้กรอกปลาแนมเป็นอาหารว่างโบราณที่มีมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ปัจจุบันไม่ได้หากินได้บ่อยนัก ถ้าใครอยากลองกินไส้กรอกปลาแนม ตอนนี้ยังมีร้านดั้งเดิมอยู่ที่ตลาดนางเลิ้ง โดยสืบต่อกันมายาวนานถึงรุ่นที่ 3 ไส้กรอกปลาแนมมีหลายส่วนประกอบ คือใบชะพลูที่ใช้ห่อเป็นเมี่ยง (บางตำราใช้ใบทองหลาง) ปลาแนมรสเปรี้ยวหวาน ไส้กรอกข้าว ไส้กรอกหมูหอมกลิ่นสมุนไพร และพริกสดเพิ่มรสเผ็ด 

 

 

 

 

 

 

 

เชื่อว่าหลายคนไม่ค่อยได้กินไส้กรอกปลาแนมบ่อยๆ ถ้ามีโอกาสมาเดินเล่นที่ตลาดนางเลิ้ง ก็ไม่อยากให้พลาดเจ้านี้เลยค่ะ

 

 

 

 

ไส้กรอกปลาแนม นางเลิ้ง
Google Map : https://maps.app.goo.gl/hA1sY66gUvpjsHjx6
เวลาเปิด-ปิด : 11:00-14:30 (หยุดวันอาทิตย์)
โทร : 0895108674

 

 

 

 

ขนมผักกาดเจ๊เกี๊ย

 

 

 

 

อีกหนึ่งร้านในตำนานของตลาดนางเลิ้งที่ขายมายาวนานกว่า 70 ปี จนตอนนี้ส่งต่อสูตรขนมผักกาดโบราณมาถึงรุ่นที่ 4 แล้ว ขนมผักกาดรสชาติไม่จัดมาก หอมน้ำมันหมูและหอมกลิ่นกระทะ เหยาะซอสพริกลงไปนิดหน่อยคือลงตัวพอดี กินคู่กับ ‘ตี๋เหลียงจุ้ย’ น้ำสมุนไพรของที่ร้าน เป็นน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น หอมกลิ่นหล่อฮังก๊วยชื่นใจ เหมาะกับอากาศร้อนๆ ที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

อีกเรื่องที่ชอบคือ ร้านอยู่ตรงข้ามโรงหนักเฉลิมธานีพอดี กินไปก็นั่งชมความงามของโรงหนังเก่าไปด้วย เสร็จแล้วเดินออกไปตรอกข้างๆ กินขนมเบื้องญวนย่าแช่มต่อได้อีกจาน

 

 

 

 

ขนมผักกาดเจ๊เกี๊ย
Google Map : https://maps.app.goo.gl/ER72U4n9sUVfeo838
เวลาเปิด-ปิด : 07:00-15:00
โทร : 0856659049

 

 

 

 

ไฮลี่ ไดฟุกุ-ปั้นสดนางเลิ้ง

 

 

 

 

ถึงจะเป็นตลาดโบราณก็ไม่ได้มีแค่ร้านอาหารโบราณ เพราะที่นี่มีร้านไดฟุกุปั้นสดอยู่ด้วย ต้องบอกก่อนว่าร้านนี้เป็นร้านดัง เลยคิวยาวมากกกกก แนะนำให้ไปสั่งไว้ก่อนเดินเล่น พอเดินเหนื่อยใกล้กลับแล้วจะได้กินไดฟุกุพอดี ความดีงามคือ แป้งนิ่ม บาง สตรอว์เบอร์รีสด ลูกโต ในราคาเริ่มต้นที่ลูกละ 30 บาทเท่านั้น คุ้มค่าการรอคอยสุดๆ (ราคาดีจนงงว่าเขาขายได้กำไรไหมนะ!)

 

 

 

 

 

 

 

ไฮลี่ไดฟุกุ
Google Map : https://maps.app.goo.gl/BmZQNqWq9U9wu9wt8
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-18:00 (หยุดวันอาทิตย์)
โทร : 0814488158

 

 

 

 

Unknow Caffé Haus

 

 

 

 

จะปิดท้าย One Day Trip ให้สมบูรณ์แบบ ก็ต้องมีคาเฟ่ให้นั่งพักผ่อนหลบร้อน และจะยิ่งดีไปอีกถ้าในคาเฟ่มีแมวด้วย เช่น Unknow Caffé Haus ที่มีกาแฟ ชา และน้ำหวานให้เลือกเยอะมาก มีแมวชื่อน้องลิซ่า และมีบรรยากาศบ้านไม้ย้อนยุคน่ารักๆ เหมือนไปบ้านญาติผู้ใหญ่ที่ต่างจังหวัด เหมาะจะมาชาร์จแบต พักท้อง พักขา ก่อนไปเดินเล่นตลาดต่อ

 

 

 

 

 

 

 

Unknow Caffé Haus
Google Map : https://maps.app.goo.gl/GUoxqDBB6wGKwNaj8
เวลาเปิด-ปิด : 08:00-16:00
โทร : 0820462842

 

 

 

 

ข้อมูลจาก 
นางเลิ้ง วิกิชุมชน โดย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (SAC)
“นางเลิ้ง” ย่านของกิน-ตลาดยอดฮิต มีที่มาจากอะไร โดย ผิน ทุ่งคา เผยแพร่ใน เว็บไซต์ ศิลปวัฒนธรรม 
วังนางเลิ้ง ของกรมหลวงชุมพรฯ เป็นที่โล่งก่อนตั้งวัง ไฉนกลายเป็นสถานที่ซึ่งถูกลืม? โดย สุรินทร์ มุขศรี เผยแพร่ใน เว็บไซต์ ศิลปวัฒนธรรม
พัฒนาการย่านนางเลิ้ง : The Development of Nang-Loeng Area โดย community-lab.co
– วัดญวนสะพานขาวกับการทบทวนเรื่องราวของชุมชนแออัดที่มีการศึกษาทางมานุษยวิทยาแห่งแรกของกรุงเทพฯ โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ เผยแพร่ใน จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉบับที่ 114 (เม.ย.-มิ.ย.2560)
“เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรฯ ตอนที่ ๖๘ – ศาลเสด็จเตี่ย โดย ศรัณย์ ทองปาน เผยแพร่ใน เว็บไซต์ สารคดี
ไทม์ไลน์นางเลิ้ง 8 ยุคสมัยของย่านนางเลิ้ง โดย สำนักการมีส่วนร่วมสาธารณะ Thaipbs

Share this content

Contributor

Tags:

ร้านอร่อยกรุงเทพ

Recommended Articles

Food StoryPHO Kitchen ร้านพาสต้าน่ารักที่เริ่มด้วยผักจากสวนของแม่
PHO Kitchen ร้านพาสต้าน่ารักที่เริ่มด้วยผักจากสวนของแม่

คุยกับ กิ๊ก–กุลวดี โพธิ์อุบล และมอช–พงศธร คุ้มปลี เจ้าของร้านพาสต้าเส้นสดสีสวยที่ทำให้คนกินผักได้อร่อยขึ้น