เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

 

food story

PHO Kitchen ร้านพาสต้าน่ารักที่เริ่มด้วยผักจากสวนของแม่

Story by เสาวลักษณ์ เชื้อคำ

คุยกับ กิ๊ก–กุลวดี โพธิ์อุบล และมอช–พงศธร คุ้มปลี เจ้าของร้านพาสต้าเส้นสดสีสวยที่ทำให้คนกินผักได้อร่อยขึ้น

สำหรับคนอยู่เพื่อกินอย่างเราหลายๆ คน มิติของอาหารจานหนึ่งๆ คงไม่ได้มีแค่เรื่องอร่อยหรือไม่อร่อย แต่ยังมีเรื่องประโยชน์ต่อร่างกายและความรื่นรมย์ต่อจิตใจพ่วงตามกันมาด้วย เวลาได้กินอาหารสวยๆ ที่แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าคนทำใส่ใจขนาดไหน นอกจากจะอิ่มที่ท้องแล้ว ที่ตาและที่หัวใจก็ยังอิ่มเอมไม่แพ้กัน – จริงไหมคะ

 

 

 

 

สำหรับใครที่ชอบอาหารสวยๆ งามๆ ชอบความตั้งใจปั้นแต่งสิ่งสามัญให้พิเศษขึ้นผ่านการประดิษประดอยและเรื่องเล่า ฉันอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับร้านพาสต้าเล็กๆ ในซอยลาดพร้าว 29 ที่มีชื่อว่า PHO kitchen กันค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

ภาพจาก : PHO Kitchen

 

 

 

 

กว่าจะเป็น PHO kitchen

 

 

 

 

PHO kitchen เป็นร้านพาสต้าโฮมเมดเส้นสดที่เจ้าของร้านอย่าง กิ๊ก–กุลวดี โพธิ์อุบล และมอช–พงศธร คุ้มปลี ลงมือทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบเมนู คัดสรรวัตถุดิบ นวดแป้ง ปรุง-แต่ง จนกลายเป็นพาสต้าแสนน่ารักที่ทำให้ใครต่อใคร ‘กินผัก’ ได้อร่อยขึ้นเยอะ!

 

 

 

 

เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจากว่า ในช่วงปี 4 ของการเรียนสาขาวิชาการถ่ายภาพสร้างสรรค์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กิ๊ฟที่สนใจเรื่องอาหารอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เริ่มเข้าไปทำงานพิเศษที่ร้านพาสต้าเส้นสดเจ้าเด็ดประจำเชียงใหม่อย่าง Barefoot Cafe จนได้วิชาพาสต้าเส้นสดติดตัวมาด้วย…

 

 

 

 

 

 

 

กิ๊ก : คือ พอเราไปอยู่ที่ที่ไม่ใช่บ้านเรา เราก็คิดถึงอาหารที่บ้านที่นครปฐม ซึ่งมันไม่เหมือนกับเวลาเราไปกินร้านตามสั่ง เราก็เลยอยากทำอาหาร เราก็ซื้อผักมาทำอาหารเหมือนที่ทำบ้านเนี่ยแหละ แล้วก็แลกกันกับเพื่อนอีกห้อง แบบห้องนั้นทำกาแฟ ห้องนี่ทำอาหาร แล้วก็มากินด้วยกัน เป็นชีวิตเด็กหอ ทำมาตั้งแต่ปี 1 ปี 2 เลย

 

 

 

 

แล้วพอถึงปี 4 เพื่อนก็แยกย้ายไปทำธีสิส เราอยู่หอคนเดียวมันก็เหงาแล้ว ก็เลยไปหางานทำ ไปทำที่ร้าน Barefoot Cafe เป็นร้านพาสต้าเส้นสดที่เชียงใหม่ พี่เขาก็บอกว่าไม่ต้องทำอาหารเป็นก็ได้ แต่ถ้าตั้งใจจะเรียนรู้ก็มาฝึก เขาจะสอนให้ เราก็เริ่มตั้งแต่ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการทำงานร้านอาหารเลย ฝึกตั้งแต่งานทั่วไปก่อนจนได้ทำทุกอย่าง

 

 

 

 

ทำที่ Barefoot Cafe จนเรียนจบ จนรับปริญญาเลย แล้วหลังจากนั้นก็ย้ายเข้ามาทำงานที่กรุงเทพ ไม่ได้ทำอาหารโดยตรงแล้ว แต่ก็ยังเกี่ยวกับอาหาร คือทำถ่ายภาพแล้วก็กราฟิกให้กับแบรนด์อาหาร แล้วมันก็มีช่วงหนึ่งที่รู้สึกว่า อยากออกมาทำอะไรเป็นของตัวเองแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

มอช : แล้วตอนนั้นที่บ้านกิ๊กที่นครปฐมเขาปลูกผักผลไม้กินเอง ด้วยความที่ต้นตระกูลเขาเป็นชาวนา เป็นเกษตรกร พอมารุ่นพ่อแม่เขา รับข้าราชการแล้วก็จริง แต่เขาก็ยังทำสวน ทำสวนมะพร้าว ยังปลูกผักกินเองอยู่ เหมือนว่าปลูกอะไรก็กินอันนั้น

 

 

 

 

กิ๊ก : มันเป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่เด็กๆ เลย แล้วผู้ใหญ่ที่บ้านมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ทำให้บ้านเราต้องใส่ใจเรื่องการเลือกอาหารมากกว่าปกติด้วย เราไม่รู้เลยว่าบ้านตัวเองกินอาหารไม่เหมือนบ้านอื่น จนตอนมหาวิทยาลัยที่ต้องอยู่กับเพื่อนแล้วเราใช้ผงชูรสกับซุปก้อนไม่เป็น (หัวเราะ) เวลาทำกับข้าวกับเพื่อน เพื่อนก็จะบอกว่า ใส่เข้าไป มันใส่ไปได้เลย

 

 

 

 

 มอช : ใช่ ๆ อันนี้เป็นเรื่องที่เรามาเข้าใจตอนเห็นกับข้าวที่บ้านเขาเหมือนกัน ถ้าอย่างบ้านผมนี่ ต้องมาแล้ว ผงปรุงรส ทำแกงจืดที่ไม่จืด (หัวเราะ) แต่บ้านเขาไม่ใส่อะไรพวกนี้เลย

 

 

 

 

รสชาติอาหารในครอบครัวกิ๊กคือรสชาติที่มาจากวัตถุดิบเป็นหลัก เช่นว่าถ้าจะแกงจืดหรือทำน้ำก๋วยเตี๋ยวซักหม้อก็ต้องตั้งต้นมาจากน้ำต้มกระดูกหมู และกินข้าวทุกมื้อก็ต้องมีผักไว้แกล้มเสมอ รสมือของที่บ้านทำให้กิ๊กได้กินผักสดๆ จากสวนอยู่ทุกวันเป็นเรื่องปกติ และผักพวกนี้ก็เป็นจุดตั้งต้นของ PHO kitchen ด้วยเหมือนกัน

 

 

 

 

มอช : วันที่เรามานั่งคิดกันว่าอยากทำอะไร เราก็ดูสิ่งที่อยู่ในมือเราว่าเรามีต้นทุนอะไรบ้าง แล้วตอนนั้นแม่กิ๊กเขาปลูกผักโขมพอดี ปลูกไว้เยอะมาก เขาก็บอกว่า ช่วยเอาไปทำอะไรหน่อยสิ เราก็เลยเอามารวมกัน คือเอาความรู้เรื่องพาสต้าที่กิ๊กเขาเคยไปทำงานที่ Barefoot Cafe มา แล้วก็เอาผักโขมของแม่เขามา

 

 

 

 

กิ๊ก : เอาสิ่งที่เราทำเป็นมารวมกับสิ่งที่เรามีอยู่ ก็เลยเป็นพาสต้าผักโขมค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มอช : มันก็ได้ความฉ่ำอีกแบบหนึ่ง ผักโขมมันจะมีน้ำของมัน เส้นพาสต้าผักโขมก็จะนิ่มหน่อย แล้วตอนนั้นเราก็ไปออกบูทก่อน คิดดูว่า ย้อนกลับไป 6-7 ปีก่อน พาสต้าเส้นสดมันไม่ใช่สิ่งที่คนจะเลือกกินเลย ในบ้านเราน่ะ มันใหม่ เราก็เลยเลือกไปออกบูธในอีเวนต์ที่คนน่าจะเข้าใจสิ่งที่เราทำ น่าจะมาเป็นลูกค้าเราได้ ก็คือ 10 Art Market เราคิดว่าคนศิลปะ เขาต้องสนใจเรื่องศิลปะ ดังนั้นเขาก็น่าจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ

 

 

 

 

กิ๊ก : เพราะถ้าเราไปออกร้านงานอาหารเลยเราน่าจะสู้เขาไม่ไหวแน่นอน (หัวเราะ)

 

 

 

 

มอช : ตอนที่ออกทีแรกยังไม่ได้ขายพาสต้าล้วนนะครับ กิ๊กเขาทำโปรเจกต์กาแฟอยู่ด้วยตอนนั้น เป็นซองกาแฟดริป ก็แบ่งพื้นที่บูธขายครึ่งๆ พาสต้ากับกาแฟ แต่สรุปว่าวันแรกที่ขายคนสนใจพาสต้าเยอะมาก ลูกค้าก็คือนักวาดภาพประกอบที่มาออกบูทในงานนี่แหละ

 

 

 

 

กิ๊ก : ตั้งบูทปุ๊บเขามาถามแล้ว ผ่านไปอีก 3 ชั่วโมง หมด!

 

 

 

 

มอช : วันนั้นพอเก็บบูท กลับบ้านที่นครปฐม ระหว่างนั้นมันก็มีเวลาได้คิด ได้คุยกัน ก็ตัดสินใจเลยว่าพรุ่งนี้ไม่ขายกาแฟแล้ว เราขายพาสต้าอย่างเดียวเลย เราจะได้ทำให้เต็มที่ไปเลย กลับไปเราก็ไปเปิดเพจของร้าน ทำโพสต์แนะนำตัว ว่านี่เรานะ นี่แม่ของกิ๊กนะ ที่ปลูกผักโขม พาสต้าที่คุณได้กินวันนี้คือผักโขมของแม่นะ แล้ววันรุ่งขึ้นไปก็ขายแต่พาสต้าอย่างเดียวเลย

 

 

 

 

 

 

 

ภาพจาก : PHO Kitchen

 

 

 

 

 

 

 

PHO kitchen จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างกึ่งๆ ทางการควบคู่ไปกับงานประจำในช่วงปี 2019 การมีลูกค้าประจำภายในช่วงไม่กี่เดือนแรกที่ออกร้าน ทำให้กิ๊กและมอชเห็นว่าต้องขยับขยาย PHO kitchen ให้รองรับคนได้มากขึ้น จึงเกิด Pop-up Store เล็กๆ ขึ้นมาที่ป้อมยามว่างใต้หอที่มอชเช่าอยู่ในย่านรัชดา

 

 

 

 

กิ๊ก : ตอนแรกเจ้าของหอเขาไม่ได้คิดว่าจะให้เช่านะ เขากลัวสกปรก เราก็เลยไปจ้างเพื่อนให้ทำ 3D ขึ้นมาว่าร้านมันจะหน้าตาเป็นแบบไหน ไปตื้อเจ้าของหอ เขาก็ให้เช่าถูกๆ

 

 

 

 

มอช : ตอนนั้นเขาอาจจะคิดในใจว่าร้านนี้มันไม่น่ารอด (หัวเราะ) เพราะเราเปิดได้แค่ตอนเย็นของวันเสาร์-อาทิตย์เอง มันเล็กๆ เหมือนนั่งล้อมกินพาสต้ารอบตู้ยาม แล้วคนก็ตามมากิน

 

 

 

 

กิ๊ก : จุดพีคก็คือข้าวผัดฟ้าใส เป็นเมนูที่มาจากเรื่อง Weathering with You ของ อ.ชินไค ซึ่งจริงๆ ไม่ได้คิดจะทำขาย แค่ไปดูแล้วก็กลับมาทำให้มอชกิน แต่พอลูกค้าเริ่มถามว่า ขายไหมคะ อ๋อ ขายก็ได้ค่ะ เราก็ทำขายวันนั้นเลย

 

 

 

 

มอช : เมนูแจ้งเกิดของเราไม่ใช่พาสต้าด้วยซ้ำ (หัวเราะ)

 

 

 

 

กิ๊ก : ใช่ แต่จริงๆ ที่ตั้งชื่อว่า PHO kitchen เราก็คุยกับ มอชไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเราน่าจะขายประสบการณ์มากกว่าขายอาหารแค่อย่างใดอย่างหนึ่งอยู่แล้ว เราอาจจะไม่ขายพาสต้าไปตลอดกาลก็ได้

 

 

 

 

 

 

 

พาสต้าน่ารักทำให้ผักอร่อยขึ้น

 

 

 

 

นอกจากพาสต้าเส้นผักโขมจากสวนของแม่แล้ว สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ PHO kitchen และทำให้ร้านเล็กๆ ขนาด 3 โต๊ะแห่งนี้ไม่เคยหายไปจากความทรงจำของลูกค้าเลย คือพาสต้าสารพัดรูปแบบที่น่ารักราวกับเป็นงานศิลปะ เชื่อว่าทุกคนที่เคยกินพาสต้าของ PHO kitchen ต้องยกโทรศัพท์มือถือหรือกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ก่อนจะตักคำแรกเข้าปากแน่นอน

 

 

 

 

สิ่งที่ทำให้พาสต้าน่ารักๆ พวกนี้ น่ารักขึ้นกว่าเดิม ก็คือรายละเอียดที่ว่าสีสันต่างๆ ของพาสต้าทุกจานผสมขึ้นจากวัตถุดิบธรรมชาติล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นสีม่วงจากมันม่วง สีเหลืองจากไข่ไก่ออแกนิกอารมณ์ดี หรือสีแดงจากหัวบีทรูทและสตรอว์เบอร์รี

 

 

 

 

 

 

 

กิ๊ก : ตอนเราเปิดหน้าร้านได้แค่ไม่กี่เดือน ก็มีเรื่องโรคระบาดระลอกแรกขึ้นมา เราปิดหน้าร้านไม่ให้นั่งทันที แต่ก็ยังยังคุยกับลูกค้าในเพจอยู่ตลอด ก็เป็นลูกค้าเรานี่แหละที่ส่งโพสต์จากที่นั่นที่นี่มาให้ดู ว่าให้ลองทำแบบนี้สิ พอร้านเราเปิดให้นั่งได้อีกรอบ ตอนนั้นกระแสพาสต้าเส้นสดบูมมาแล้ว เราก็แบบ… โห ร้านเราเล็กจิ๋วขนาดนี้ เราจะไปสู้เขาได้ยังไง ก็เลยคิดว่า งั้นเราทำให้พิเศษโดยการทำพาสต้ารูปดอกไม้ก็แล้วกัน

 

 

 

 

มอช : ช่วงนั้นบรรยากาศมันห่อเหี่ยวเนอะ แล้วเวลาขับรถไปเจอดอกไม้ข้างทาง มันน่ารักหนะ กิ๊กก็เลยเอาดอกเดซี่ที่มันน่ารัก สดใส มารวมกับบรรยากาศของฤดูร้อน เลยทำพาสต้าเดซี่ขึ้นมา ซอสก็เป็นน้ำส้มคั้น รสชาติสว่างๆ เปรี้ยวๆ หวานๆ เวลากินแล้วสดชื่น กับอีกเมนูเป็นลาย Polka dot ที่ใช้สีม่วงจากมันม่วง

 

 

 

 

กิ๊ก : เรื่องการใช้สีธรรมชาติ ต้องบอกว่าไม่ได้คิดว่าจะใช้สีผสมอาหารตั้งแต่แรกเลยดีกว่า เพราะใช้ไม่เป็น (หัวเราะ)

 

 

 

 

มอช : อย่างเดซี่ แป้งเหลืองก็คือสีไข่แดง แป้งพาสต้าปกติ เราใช้ไข่ไก่เลี้ยงปล่อย ไข่เป็ดเลี้ยงปล่อยของพี่ที่รู้จักกัน ฟาร์มเขาอยู่ที่นครปฐม เราก็ใช้ของฟาร์มนี้มาตั้งแต่เปิดร้านเลย

 

 

 

 

มีคนไม่กินผักมากินเยอะไหม – เราถามด้วยเห็นว่าหน้าตาน่ารักกุ๊กกิ๊กของพาสต้าที่ PHO kitchen น่าจะชนะใจคนได้ไม่ยาก

 

 

 

 

 

 

 

ภาพจาก : PHO Kitchen

 

 

 

 

กิ๊ก : มีเยอะเลยค่ะ

 

 

 

 

มอช : เรามีลูกค้าประจำที่ ในชีวิตปกติไม่กินผักเลย แต่พอมากินอาหารร้านเรา มันมีผักซ่อนอยู่ในนั้นอยู่แล้ว อย่างครั้งแรกที่น้องเขากิน เขาก็กินพาสต้าทิวลิป ซึ่งเป็นซอสเพสโต้ และเพสโต้มันก็มาจากผักอยู่แล้วใช่ไหม แล้วก็มีผักที่มันตกแต่งอยู่ในจานอีก เขาก็กินได้ เรามีลูกค้าที่ไม่กินมะเขือเทศเลย แต่กินซุปมะเขือเทศร้านเราได้ หรือมีอีกคน คนนี้ไม่ชอบกินผักเลย แต่กินซีซาร์สลัดฟักทองย่าง ฟักทองมันก็หวานๆ หอมๆ ใช่ไหม พอกินฟักทองแล้วมันก็กินอย่างอื่นได้อีก มันเหมือนกับ อะไรดีล่ะ หลอกเด็กกินผักเหรอ (หัวเราะ)

 

 

 

 

กิ๊ก : คือทุกจานของเรามีผักอยู่แล้ว ด้วยความที่อาหารเราไม่ได้ปรุงเยอะ ดังนั้นเรสชาติเราต้องมาจากผัก เช่น ถ้าเป็นเพสโต้ ยังไงก็ต้องกินกับมะเขือเทศอยู่แล้วให้มันตัดรสกัน บางคนเขาก็ ไหนๆ มันก็มาวางอยู่ตรงนี้แล้ว ก็ลองแล้วกัน คือเราพยายามทำทุกอย่างให้มันดูกินง่าย ดูไม่น่ากลัว ทำให้มันเหมือนขนม

 

 

 

 

อย่างเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้ทำพาสต้าน่ารักๆ เราก็จะมีแต่ซอสเพสโต้ใช่ไหมคะ พอทำพาสต้าน่ารักขึ้นมา อย่างตัวทานตะวัน มันเป็นซอสเพสโต้ก็จริง แต่เราใส่ครีมลงไปด้วยให้เป็นเพสโต้ครีมซอสเพื่อให้กินได้ง่ายขึ้น หรืออย่างครีมซอส ยังไงก็ต้องผัดซอสขึ้นมา มีหอม มีกระเทียม มีเห็ด มีทุกอย่าง แต่ว่ากินไปแล้วมันอาจจะไม่ได้รู้สึกว่ากินผักขนาดนั้น

 

 

 

 

 

 

 

ภาพจาก : PHO Kitchen

 

 

 

 

มอช : ต้องบอกว่ามันมีหลายทางที่เราจะกินผักได้ บางคนเขาอาจจะลองมาเป็น 10 ทางแล้ว แต่ยังไม่เวิร์กก็ได้ แล้ว PHO kitchen ดันเป็นทางที่ 11 ที่เวิร์กพอดี แบบ เฮ้ย กินผักได้เฉยเลย ขนาดเด็กๆ ยังกินพาสต้าผักโขมร้านเราได้เลย

 

 

 

 

กิ๊ก : ใช่ เพราะเราไม่มีเส้นเหลืองธรรมดาขายอยู่แล้ว เราขายแต่เส้นผักโขมอย่างเดียว ลูกค้าเด็กๆ ที่มากับครอบครัวส่วนใหญ่ก็กินได้หมดเลย

 

 

 

 

จริงๆ ก็ไม่คิดว่าเราจะเป็นร้านที่ทำให้ทุกคนนึกถึงการกินผักนะ แค่รู้สึกว่าซอสพาสต้ามันก็ต้องมีฐานรสชาติของผักอะไรซักอย่าง มีหวานจากหัวหอม มีเปรี้ยวจากมะเขือเทศ เราว่ายังไงพาสต้ามันต้องมีรสชาติจากวัตถุดิบด้วย

 

 

 

 

 

 

 

เคล็ดลับทำพาสต้าสีสวยจากผักผลไม้

 

 

 

 

แม้ว่าจะได้รับความสนใจจากนักกินมาตลอดตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เปิดร้าน แต่กิ๊กและมอชบอกว่า PHO kitchen ก็ยังต้องพัฒนา ปรับสูตร และทดลองอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะการทำอาหารที่ใช้สีธรรมชาติและใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น มีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้มากมาย ในขณะที่ความคาดหวังจากลูกค้ายังคงสูงสม่ำเสมอ นอกจากการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ แล้ว การเรียนรู้และจัดการวัตถุดิบก็เป็นภารกิจสำคัญไม่แพ้กัน

 

 

 

 

กิ๊ก : จริงๆ เราปรับสูตรตลอดนะ ปรับสูตรแป้ง ปรับวัตถุดิบอื่นๆ เพื่อให้ร้านเรามันไปต่อได้ในแง่ของต้นทุนด้วย ปรับเพื่อให้สามารถเดลิเวอรีได้ด้วย ให้เส้นไม่ติดกัน ให้แป้งไม่หนาเกินไป แต่ลูกค้าอาจจะไม่ค่อยรู้ ลูกค้าเก่าๆ ก็บอกว่าอร่อยเหมือนเดิม แต่มันไม่เหมือนเดิมค่ะ (หัวเราะ)

 

 

 

 

จริงๆ ปีนี้ตั้งใจว่า จะพยายามทำ Pantone ของพาสต้าเรา คืออยากทำเก็บไว้ แม้ว่าจะไม่ได้ขายทุกอย่าง ด้วยราคา ด้วยเวลาในการทำ อย่างตัวแรกที่ทำ กว่าจะปรับให้มันขายได้ ว่าจะปรับตามฟีดแบ็กลูกค้า ให้มันนิ่มพอที่ลูกค้ากินแล้วโอเค ก็ปรับหลายรอบมาก

 

 

 

 

เอาจริงๆ มันยากทุกสีเลยนะ เพราะเมนูส่วนใหญ่เราต้องใช้ไข่ เพราะการใช้ไข่มันมีเรื่องความชื้นต่างๆ เข้ามาเกี่ยวด้วย ถ้าเป็นอย่างพาสต้าสีเหลือง พาสต้าสีขาว อันนี้ไม่ยาก พื้นฐาน แต่สีอื่นๆ สีธรรมชาติมันต้องปรับสัดส่วนเรื่องความเหลวอยู่

 

 

 

 

มอช : หรือบางสูตร มันมีความหนา มีหลายชั้น อย่างทิวลิปราวิโอลี ตอนขายแรกๆ ก็จะมีฟีดแบ็กจากลูกค้าว่าหนาจังเลย บางทีเขากินไม่ไหว ก็ต้องมาปรับเรื่องการเก็บมุม

 

 

 

 

กิ๊ก : มีเรื่องว่า ทำพักไว้ ต้องไม่แตก หรือย่างสีม่วงที่ใช้มันม่วง ระหว่างการใส่ไข่ลงไปทั้งฟอง และการใส่แต่ไข่ขาวอย่างเดียว พอต้มมามันก็ออกมาเป็นคนละสีเหมือนกัน

 

 

 

 

มอช : บางทีก็กลายเป็นสีน้ำเงิน สีฟ้า ควบคุมยาก

 

 

 

 

กิ๊ก : บางสีถ้าใช้แต่ของสดอย่างเดียวสีก็จะซีดเกินไป เราก็ใช้วัตถุดิบที่เขาสกัดเป็นผงมาแล้ว อย่างเช่น สีมันม่วง ก็ใช้มันม่วงผงมาเสริม พอต้มแล้วสีมันก็จะยังสวยอยู่ หรือว่า สีชมพู ถ้าใช้หัวบีทอย่างเดียว พอต้มแล้วสีจะหายไปเลย เพราะเราต้องต้มให้นิ่มหน่อยเพื่อให้ตอบโจทย์คนไทย ทีหลังเราก็มาเจอเทคนิคว่า อ๋อ เราใส่สตรอว์เบอร์รีไปช่วยเรื่องสีได้ มันทำให้รสชาติสดชื่นขึ้นด้วย แต่พอใช้สตรอว์เบอร์รีก็จะมีปัญหาเรื่องความชื้นอีก ก็ต้องไปแก้ไขปัญหากันต่อ

 

 

 

 

เราว่าการใช้สีของเราอาจจะมาจากแม่ด้วยนะ ตอนเราเด็กๆ เวลามีงานบุญแม่ก็จะทำบัวลอยสีๆ ทำเป็นหม้อใหญ่ๆ แล้วเขาก็จะใช้เผือก ใช้แครอท อัญชัน ใบเตย มาทำเป็นหลายๆ สี ทุกวันนี้บางทีสีไหนที่เราทำไม่ได้ เรายังโทรกลับไปถามแม่อยู่เลย มันอาจจะเป็นสิ่งที่เราจำมาโดยไม่รู้ตัวก็ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เราฟังกิ๊กและมอชเล่า พลางหันไปสังเกตพาสต้าสารพัดสีที่ถูกประกอบร่างเตรียมไว้แล้วก็เข้าใจว่า พาสต้าของ PHO kitchen ก็เหมือนงานศิลปะดีๆ อีกแขนงหนึ่งนี่เอง

 

 

 

 

กิ๊ก : ตั้งแต่เริ่มทำร้านเราก็ไม่ได้คิดว่าเราจะมาแนวน่ารักแบบนี้ แต่ส่วนหนึ่งเราอาจจะทำเพื่อความอยู่รอดของร้านด้วยมั้ย (หัวเราะ) คือเราก็รู้สึกว่าเราต้องหาจุดขายของเราด้วย ทุกวันนี้คนก็ไม่ค่อยจำแล้วว่าร้านชื่ออะไร จำได้แต่ว่าร้านที่ทำพาสต้ารูปดอกไม้

 

 

 

 

แล้วเราก็ไม่คิดว่าเราตั้งใจหลอกคนมากินผักด้วย เรารู้สึกว่าผักมันเพิ่มรสชาติให้อาหารนะ คือไม่ว่าจะกินอะไร กินยังไงก็ต้องมีผัก

 

 

 

 

มอช : ทุกจานของเรามีผักหมด เพราะสำหรับบ้านกิ๊กเขาคือ อาหารทุกอย่างต้องมีผัก ไว้กินแกล้ม ไว้เพิ่มรสเพิ่มกลิ่น เพิ่มความหลากหลาย เวลากินไข่เจียวโล้นๆ กิ๊กก็ต้องหาผักอะไรมาใส่ เวลาสั่งอาหาร สั่งพิซซ่าจากข้างนอกมากินที่บ้าน เขาก็จะเดินไปคุ้ยตู้เย็นแล้ว หาผักมาโรยหน่อย ไม่งั้นกินไม่ได้

 

 

 

 

กิ๊ก : มันกินได้แหละ แต่มันเหงา (หัวเราะ) กินผักด้วยอร่อยกว่าเยอะ

 

 

 

 

 

 

 

ภาพจาก : PHO Kitchen

 

 

 

 

 

 

 

เคล็ดลับสำหรับคนที่อยากทำอาหารด้วยผักมากขึ้น จากร้าน PHO kitchen

 

 

 

 

1. สำรวจผักให้หลากหลาย หาผักใหม่ๆ มาเติมให้สูตรอาหาร ลองกินทั้งแบบสด แบบลวก และแบบอื่นๆ จะทำให้เราเข้าใจความแตกต่างของรสชาติผักมากขึ้น เช่น ต่อให้เป็นผักชนิดเดียวกัน ถ้าปลูกแบบไฮโดรโพรนิกส์ก็จะกรอบกว่า แต่ถ้าปลูกกับดิน รสชาติจะเข้มข้นกว่า

 

 

 

 

2. การเก็บผักสดให้มีพร้อมใช้งานอยู่ตลอดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าเลือกผักที่ส่งมาจากฟาร์มโดยตรง โดยเฉพาะผักที่ปลูกแบบออแกนิก จะอยู่ในตู้เย็นได้นานกว่าผักทั่วไปมาก ที่สำคัญคือเวลาเก็บให้ห่อด้วยกระดาษก่อนใส่ถุงอีกชั้นหนึ่งเพื่อไม่ให้ผักโดนไอเย็นจากตู้เย็นโดยตรง

 

 

 

 

3. ถ้ายังมือใหม่ ให้ค่อยๆ เพิ่มผักเข้าไปในเมนูที่คุ้นเคยอยู่แล้ว แต่ถ้าเริ่มเป็นมือโปร ลองดีไซน์หน้าตา สีสัน รสชาติของเมนูที่อยากทำก่อน แล้วค่อยมาคิดว่าผักชนิดไหนที่จะให้คุณสมบัตินั้นกับเมนูเราได้

 

 

 

 

 

 

 

PHO Kitchen (จองล่วงหน้าเท่านั้น)
Location : ซอยลาดพร้าว 29
Google Map : https://maps.app.goo.gl/K4sdvHP1BY21WxQt9
จองคิวและดูข้อมูลอื่นๆ ได้ที่ : Linktr.ee/PHOkitchen

Share this content

Contributor

Tags:

พาสต้า, ร้านอร่อยกรุงเทพ, เมนูผัก, เมนูเส้น

Recommended Articles

Food Storyรีวิวขนมจากผัก สแน็คทางเลือกสำหรับคนอยากสุขภาพดี (ขึ้น)
รีวิวขนมจากผัก สแน็คทางเลือกสำหรับคนอยากสุขภาพดี (ขึ้น)

เลิกกินขนมมันยากเกิน ขอเปลี่ยนมาหาขนมจากผักกินแทนแล้วกัน

 

Recommended Videos