food story
The Chanthaboon Coffee กับการพลิกฟื้นกาแฟจันท์ที่ถูกหลงลืมกว่า 170 ปี
Story by ศรีวิการ์ สันติสุข

เรื่องราวของการออกตามหากาแฟในบันทึกโบราณที่หายสาบสูญไปนับร้อยปี
ที่ชุมชมริมน้ำจันทบูรมีร้านกาแฟอยู่ร้านหนึ่งชื่อ The Chanthaboon Coffee กาแฟจันทบูร หน้าตาเรียบง่ายเป็นมิตรชวนให้แวะเข้าไปนั่งชิลล์ แต่ถ้าได้ลองอ่านอาร์ตบอร์ดที่แปะอยู่ในร้านบอกเล่าเรื่องราวของ ‘กาแฟจันทบูร’ หรือกาแฟจันทบุรี รวมถึงถ้าได้พบเจอ พี่เอ็ม-ชัชวาล สุขสัมพันธ์ เจ้าของร้าน ความชิลล์จะถูกทดแทนด้วยความทึ่ง ทั้งในเรื่องราวของกาแฟถิ่นจันท์ที่สูญหายไปจากประวัติศาสตร์ไทยกว่าร้อยปี และเรื่องราวการออกตามหาเพื่อฟื้นคืนชีวิตให้กาแฟจันท์ของผู้ชายซึ่งมีแพสชั่นอย่างแรงกล้าที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ฉันเคยพบมา


พี่เอ็มเป็นลูกหลานจันท์ขนานแท้ ที่บ้านเปิดร้านทองทำธุรกิจอัญมณี ชีวิตเกี่ยวพันกับกาแฟมาตั้งแต่เด็กตรงที่ต้องเป็นคนวิ่งไปซื้อกาแฟให้คุณพ่อดื่มทุกวัน ซื้อไปซื้อมาก็แอบลองดื่ม ผลคือแม้จะชื่นชอบรสชาติของกาแฟแต่ดื่มแล้วกลับมีเอฟเฟ็คต์ใจสั่น ทำให้ไม่สามารถดื่มได้ ความชอบในรสกาแฟทำให้เจ้าตัวถึงกับตัดพ้อโชคชะตาว่าทำไมตัวเองโชคร้ายขนาดนี้ กระทั่งเวลาผันผ่าน พี่เอ็มเติบโตจนได้รับตำแหน่งประธานศาลเจ้าที่ชุมชนริมน้ำ ความที่ต้องพบปะผู้คน มีการพูดคุยประชุมมากมาย ครั้นจะไปนั่งพูดคุยกันยาวๆ ที่ร้านทองก็ไม่สะดวก จึงคิดจะเปิดร้านกาแฟไว้เป็นที่นั่งพบปะ
“ผมเป็นคนที่ถ้าจะทำอะไร ต้องศึกษาให้ลึก ก็เลยไปร้านกาแฟสดร้านหนึ่ง ไปแบบไม่รู้อะไรเลย กาแฟสดคืออะไรก็ไม่รู้ บอกเขาว่ามีอะไรดีเอามาแก้วหนึ่ง ตอนจะจิบแรก ตื่นเต้นมาก ใจจะสั่นไหม ความทรงจำตอนเด็กมันกลับมา แต่ปรากฎว่าไม่สั่น กินจนหมดแก้วก็ไม่สั่น ดีใจจนอยากตะโกนลั่นร้านว่าหายแล้ว แต่ต้องเก็บอาการ” พี่เอ็มเล่าอย่างออกรส
ด้วยมั่นใจว่าหายแล้ว วันหนึ่งเขาก็สั่งกาแฟโบราณหน้าศาลเจ้ามาดื่ม แต่ดื่มปุ๊บ ใจสั่นทันทีเหมือนที่เคยเป็นตอนเด็ก นี่เองคือชนวนที่ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่ากาแฟเหมือนกันทำไมดื่มแล้วให้ผลต่างกัน
“กลับไปถามน้องร้านกาแฟสดว่ามันคือกาแฟอะไร พันธุ์อะไร น้องก็ตอบไม่ได้เพราะไม่รู้เหมือนกัน เราเลยต้องหาข้อมูลเอง หาเอกสารอ่านเอง จนไปเรียนจริงจัง และพบว่ากาแฟมีเป็นร้อยสายพันธุ์ แต่ละพันธุ์ก็มีความแตกต่าง อย่างโรบัสต้ามีคาเฟอีนมากกว่าอาราบิก้าถึง 3 เท่า ก็เจอคำตอบละว่าทำไมดื่มบางตัวถึงใจสั่น แต่ผมไม่ได้หยุดแค่นั้น ยิ่งเรียนยิ่งรู้มาก ผมก็ยิ่งหลงใหลในกาแฟมาก เรียกว่าคลั่งใคล้เลยก็ว่าได้”
พี่เอ็มถึงกับลงทุนซื้อเครื่องทำกาแฟมาไว้ที่ร้านเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว ที่ถือเป็นของใหม่สำหรับชาวจันท์อยู่ไม่น้อย
“ร้านยังไม่เปิดเลย แต่เรามีเครื่องแล้ว แล้วผมก็เป็นคนชงกาแฟให้น้องๆ ที่มาประชุมดื่ม ชอบชงกาแฟมาก ประชุมเป็นเรื่องรอง ชงกาแฟคืองานหลัก”
ไปๆ มาๆ ร้านกาแฟของตัวเองก็ไม่ได้เปิด แต่พี่เอ็มไปทำหน้าที่ยืนชงกาแฟที่คาเฟ่ทุเรียนของเพื่อนแทน กระทั่งจุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงเมื่อมีปัญหาสุขภาพหนักถึงขั้นต้องผ่าตัด หมอสั่งให้หยุดพัก ห้ามยืนชงกาแฟที่เคาน์เตอร์หลายเดือน


“ความที่ว่างมาก แล้วก่อนนี้มีเรื่องที่เราสนใจอยู่ คือผมเป็นคนจันท์ที่ชอบประวัติศาสตร์ เคยค้นเจอว่ามีการปลูกกาแฟที่จันท์ ไหนๆ ตอนนี้ก็ว่างแล้ว ค้นจริงจังดีกว่า อยากรู้ว่ามันมีจริงๆ หรือเปล่า จนไปเจอบันทึกอันเดิมของชาวอิตาเลี่ยนชื่อนายเจริณีหรือพระสารศาสตร์พลขันธุ์ บันทึกไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ. 2393 (ค.ศ.1850) มีการนำกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าเข้ามาปลูกเป็นครั้งแรกที่จังหวัดจันทบุรี จึงเรียกพันธุ์กาแฟนั้นว่า ‘กาแฟจันทบูร’ และในสมัยรัชกาลที่ 4 ก็มีบันทึกการเดินทางของพระสังฆราชปัลเลอกัวซ์ ในหนังสือ ‘เรื่องเล่ากรุงสยาม’ ในช่วงที่ท่านเดินทางทางเรือมายังจังหวัดจันทบุรี ได้บันทึกไว้ว่า ราษฎรขาวจังหวัดจันทบุรีทั้งหมดแทบจะกล่าวได้ว่าประกอบการกสิกรรมอย่างเดียว โภคผลนั้น มีหลากหลายชนิดมาก เช่น พริกไทย กระวาน มะพร้าว หมาก ทุเรียน เงาะ มะม่วง โดยในบันทึกพบคำว่า ‘กาแฟ’ ที่รับสั่งให้ปลูกโดยพระเจ้าแผ่นดิน และได้รับผลดี ซึ่งข้อมูลนี้เป็นหลักฐานชัดเจนว่าจังหวัดจันทบุรี มีการปลูกกาแฟในอดีตจริงๆ พระสังฆราชปัลเลอกัวซ์ยังบันทึกไว้อีกว่า “ข้าพเจ้าได้ดื่มกาแฟรสดีที่จวนท่านเจ้าเมือง” เป็นที่ภาคภูมิใจมาก นอกจากจันท์จะมีกาแฟ กาแฟจันท์ยังรสชาติดีอีกด้วย ผมเลยเริ่มออกตามหาต้นกาแฟอย่างจริงจัง”
เส้นทางตามหากาแฟจันท์ที่หายสาบสูญนำพาเขาไปเจอกับต้นกาแฟโบราณที่ยังหลงเหลืออยู่จริงในพื้นที่ของคุณตาตรี ผักกาดดอง บุตรชายของหมื่นอารีนรชน
“ตอนไปเห็นต้นกาแฟจริงๆ ที่ยังมีลูกห้อยอยู่จริงๆ ผมเหมือนได้เห็นหน้าแฟน มันตื้นตันจนจุกในอก ความที่ประวัติศาสตร์มันตั้ง 100 กว่าปีมาแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าจันทบุรีเคยมีการปลูกกาแฟ แล้วเป็นจังหวัดแรกที่มีการปลูกกาแฟต่อจากในวังเลย เพราะกาแฟเข้ามาในไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว ช่วงแรกเป็นเครื่องดื่มของแขกที่เขากินเป็นยา จนสมัยรัชกาลที่ 3 ต่างชาติเข้ามาเยอะ ชาวเนเธอร์แลนด์เอาพันธุ์กาแฟเข้ามา เลยมีการทดลองปลูกในวัง แล้วที่จันท์คือการปลูกต่อจากในวัง เป็นการรับสั่งให้ปลูกโดยพระเจ้าแผ่นดิน ผมภูมิใจ ผมซาบซึ้งในเรื่องราวความเป็นมานี้…
“ตอนผมไปเจอ คุณลุงอายุ 98 แล้ว คุณลุงบอกว่าเกิดมาก็เจอต้นกาแฟเต็มหลังบ้านเลย เมื่อก่อนปลูกแล้วต้องขี่ม้าเอาไปส่งให้เจ้าเมือง สืบค้นไปพบว่าคุณลุงเป็นลูกหลานท่านหมื่น ตรงกับประวัติศาสตร์ที่เราเจอ คือคนปลูกกาแฟไม่ใช่คนธรรมดา ต้องเป็นคนมีที่ดิน มีศักดินา เพราะไม่ได้เป็นการปลูกเพื่อขาย แต่ปลูกเพื่อส่งเข้าไปในวังเท่านั้น ผมถามว่าแล้วส่งในวังไม่หมด ที่เหลือเอาไปทำอะไร คุณลุงบอกก็ทิ้งเพราะกินไม่เป็น ขายก็ไม่ได้ จนช่วงหลังเลยโค่นทิ้งหมด เหลือรอดมาต้นเดียว ซึ่งโค่นทิ้งไปแล้วรอบหนึ่ง แต่มันงอกขึ้นมาใหม่ แล้วก็กำลังจะถูกโค่นอีก ผมโชคดีมากๆ ที่ทันได้เห็นต้นกาแฟอายุ 100 ปี เสียดายที่ไม่ได้รับการดูแลเลย ต้นแห้ง เมล็ดลีบ เราเองอยากจะขอมาดูแลต่อแต่ก็ไม่กล้า คิดว่าเขาอาจจะอยากรักษาไว้ แต่ปรากฏว่ากลับมาไม่นานก็ได้ข่าวว่าเขาตัดทิ้ง เพราะรุ่นหลานเขาไม่ได้สนใจ ส่วนตัวคุณลุงเองก็ 98 แล้ว เดินไม่ไหวแล้ว แต่ตอนเล่าเรื่องกาแฟน้ำเสียงคุณลุงภูมิใจมาก”

เมื่อพบแล้วว่าจันทบุรีเคยปลูกกาแฟจริงๆ พี่เอ็มก็เริ่มภารกิจต่อไป นั่นคือการพลิกฟื้นคืนชีวิตให้กาแฟจันทบูรอีกครั้ง ด้วยการร่วมมือกับเกษตรกรในจังหวัดอย่างคุณลุงบรรจบ กวางติ๊ด ฟื้นฟู ผลักดัน ให้กาแฟอาราบิก้าจันท์เป็นที่รู้จักเพื่อเป้าหมายสูงสุดนั่นคือการอนุรักษ์กาแฟจันทบูรให้คงอยู่ไปสืบลูกสืบหลาน
“มันเหมือนคนบ้ามาเจอกับคนบ้า” พี่เอ็มหัวเราะ “ผมก็บ้า คุณลุงก็บ้า เพราะตอนคุณลุงคิดจะปลูกกาแฟ ไม่มีใครเชื่อว่าจะปลูกได้ ประวัติศาสตร์มันตั้งเป็นร้อยๆ ปีมาแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าจันทบุรีเคยปลูกกาแฟ คุณลุงก็ไม่รู้ แต่คุณลุงแค่อยากปลูกไว้เป็นรายได้เสริม ซึ่งด้วยสภาพพื้นที่ของเรา ความสูงมันไม่ได้ คนก็พูดกันว่าปลูกไม่ได้หรอก ความสูงไม่ถึง แต่มันปลูกได้ครับ เขาก็ปลูกกันมาตั้งแต่ร้อยกว่าปีแล้ว แล้วด้วยสภาพพื้นที่ ผืนดิน น้ำ ของจันท์ มันทำให้กาแฟจันทบูรมีเอกลักษณ์ มีความเปรี้ยว ฟรุตตี้”
แต่การเดินหน้าเพื่อกาแฟจันทบูรก็ไม่ง่าย โดยเฉพาะเมื่อไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือหรือการเหลียวแลจากสังคมมากนัก พี่เอ็มกับคุณลุงบรรจบจึงเป็นหัวหอกหรืออาจจะเรียกว่าเป็นแค่ 2 คนที่มุ่งมั่นพลิกฟื้นกาแฟจันทบุรีอย่างจริงจัง ตั้งแต่การหาเมล็ดพันธุ์มาปลูก การดูแล ไปจนถึงการคั่ว รวมถึงสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการปลูก ระหว่างนั้นก็ยังต้องพยายามเดินสายหาทั้งความรู้เพิ่มเติมและนำกาแฟจันทบูรออกสู่สายตาสาธารณชน
“ผมเห็นหลักฐาน ผมมั่นใจ ผมอยากฟื้นฟูอดีตให้เป็นปัจจุบันและนำไปสู่อนาคต แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะคิดแบบเดียวกัน หลายๆ แห่ง หลายๆ คนไม่สนับสนุนเพราะมองว่ามันไม่มีอนาคต ไปสนับสนุนพืชอย่างอื่นที่เห็นว่าไปได้แน่ๆ ดีกว่า ซึ่งเราก็เข้าใจ เพราะกาแฟกับจันทบุรีก็ดูไม่แมส ไม่เหมือนกาแฟภาคเหนือ แต่ไม่เป็นไร ผมทำเอง ผมจะทำให้ดู ก็เลยมาเจอคุณลุงบรรจบที่บ้ากาแฟเหมือนกัน กลายเป็นสองคนบ้าที่ปลูกกาแฟ ดูแลกาแฟ คั่วกาแฟ ทดลองกันมากมาย เจ็บตัวก็เยอะ ผมปลูกกาแฟล็อตแรก 400 ต้น ไม่รอดสักต้น เพราะไม่รู้เรื่องดิน ไม่ศึกษา ได้มาก็ปลูกเลย ทีนี้ก็คิดใหม่ละ อย่าใจร้อน ศึกษาก่อน ซึ่งมันต้องศึกษาหลายเรื่องมาก ทั้งเรื่องดิน เรื่องสภาพแสง กาแฟนี่แสงมากก็ไม่ได้ ต้องสัก 40% ถึงจะเติบโต เหมือนอย่างที่ภาคเหนือเขาปลูกใต้ต้นไม้กัน
“ในส่วนของรสชาติ เราก็เทสต์ไปเรื่อยๆ ทำแจกบ้าง ทำขายบ้าง ทดลอง ชิม จนคิดว่าได้รสชาติที่ดีแหละ จนกระทั่งได้โอกาสจากผู้ใหญ่หลายคน ก่อนหน้านี้ปัญหาหนึ่งที่ผมเจอมาตลอดคือคนไม่ยอมรับกาแฟเรา เพราะปลูกที่ความสูงไม่ถึง อาราบิก้ามันมีหลักภูมิศาสตร์ในการปลูกอยู่ว่าต้องปลูกที่ความสูง 800 เมตรขึ้นไป จันทบุรีความสูงไม่ถึง คนก็ปิดประตูใส่เลย คิดว่าคุณภาพมันต้องไม่ได้ แต่ผมก็ทำของผมไป มีงานอะไรก็เอากาแฟไปขาย วันหนึ่งไปงาน Thaifex มีชาวต่างชาติเป็นคนเนเธอร์แลนด์มาชิมแล้วเขาบอก “very good” ทำให้ผมเปลี่ยนความคิด เพราะเขาไม่ถามผมเลยว่าปลูกที่ความสูงเท่าไหร่ แล้วก็มีคนอินเดียที่ชอบกาแฟผมมาก ผมถามว่าทำไมถึงชอบกาแฟผมขนาดนั้น เขาบอกว่าเขาต้องดื่มกาแฟทุกเช้า “แต่กาแฟของคุณทำให้หลังจากเช้านั้นผมมีแต่ความสุข” เขาพูดขนาดนี้เลย มีเจ้าของร้านอาหารที่มีสาขาตั้ง 4-50 แห่งสนใจเอากาแฟผมไปขาย แล้วก็มีคนจีนมาออร์เดอร์ล็อตใหญ่มาก คือบทจะดังก็โกอินเตอร์เลย” พี่เอ็มหัวเราะ

แม้จะเริ่มได้รับความสนใจจากต่างชาติ แต่สำหรับคนในประเทศเอง เขาก็ยังคงต้องต่อสู้อย่างค่อนข้างโดดเดี่ยวต่อไป ด้วยวิธีเดิมคือตะลุยออกงานไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ จะเป็นการขาย เทสต์ หรือแม้แต่เสวนาวิชาการ พร้อมๆ กับพัฒนารสชาติและแคแรกเตอร์กาแฟไปด้วย
“เราต้องพัฒนาตลอด ไม่ใช่ดีแล้วก็หยุด และการพัฒนากาแฟมันรวมหลายเรื่อง ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างการปลูกไปจนถึงน้ำปลายน้ำ มีช่วงหนึ่งที่คนชิมบอกว่ากาแฟเรามีรสชาติบางอย่างแตกต่างจากที่อื่น ผมก็ต้องหาว่ามันเกิดจากอะไร ก็ไปศึกษาเรื่องดินก่อนเลย ดินที่จันท์เป็นดินภูเขาไฟมาก่อน ซึ่งมันจะมีแร่ธาตุเยอะ อย่างที่ว่าทำไมจันท์ถึงมีพลอยมีอัญมณี บ้านผมทำพลอยมาตลอดแต่ผมไม่เคยรู้หรอกว่าพลอยมันเกิดขึ้นมาได้ยังไง จนมาศึกษาเรื่องดินเพื่อปลูกกาแฟ ถึงรู้ว่าพลอยเกิดจากแร่ธาตุที่เข้าไปในหินจนเกิดเป็นสีต่างๆ ดินภูเขาไฟแร่ธาตุเยอะ ก็เลยมีพลอยเยอะ และยังส่งผลถึงผลไม้บ้านเราด้วย ผลไม้จันท์ถึงไม่ได้มีแค่ทุเรียนอย่างเดียวทีต่างจากที่อื่น ลำไยก็ไม่เหมือน แล้วยังมีเรื่องสภาพภูมิศาสตร์ จังหวัดอื่นอาจจะมีแค่ภูเขา บางจังหวัดมีทะเล แต่จันทบุรีมีเป็นพื้นที่รอยต่อที่มีทั้งภูเขาและทะเล ซึ่งมันหมายความว่าเราจะมีทั้งลมทะเลและลมภูเขาพัดเข้ามาในจังหวัด ทำให้เกิดความชุ่มชื้นที่พิเศษ แค่จะขายกาแฟแต่เห็นไหมครับว่าเราต้องรู้ขนาดนี้ เพราะเรื่องพวกนี้สำคัญทั้งหมด”
เมื่อศึกษาเยอะ ความรู้ก็เยอะ งานอีกอย่างของเขาจึงเป็นการเดินทางไปร่วมวงเสวนากาแฟและประวัติศาตร์ จนเกิดเป็นคอมมูนิตี้ที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและช่วยเหลือกัน ไม่เพียงในเมืองไทย แต่ขยายไปถึงต่างประเทศ และโดยเฉพาะเมื่อเขาเปิดร้าน The Chanthaboon Coffee กาแฟจันทบูรแห่งนี้ขึ้นมา ณ ชุมชนริมน้ำ ไม่เพียงแค่มีกาแฟจันทบูรหอมๆ ไว้ให้คนผ่านไปมาได้แวะมาลองชิม ยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนไอเดีย จัดเวิร์กช็อป ไปจนถึงสถานที่พบปะพูดคุยของคนคอเดียวกัน ใครแวะมาก็จะเจอพี่เอ็มรอต้อนรับ และถ้าคุยกันถูกคอพี่เอ็มอาจจะลงมือชงกาแฟให้ดื่ม เพราะเขาบอกว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน ก็ยังคงชอบชงกาแฟอยู่เหมือนเดิม เช่นเดียวกับการพยายามพลิกฟื้นกาแฟจันทบูรให้กลับมาโลดแล่นในความรับรู้ของสาธารณชน ไม่ว่าจะต้องแลกกับเงินเก็บทั้งหมด น้ำตา หงาดเหงื่อ ไปจนถึงหัวใจ และต่อให้ต้องทำคนเดียว เขาก็จะยังคงยืนหยัดทำต่อไป ความมุ่งมั่นในแววตาและน้ำเสียง ทำให้ฉันถึงกับยกนิ้วให้แบบไม่รู้ตัว และก็ได้เห็นน้ำตาลูกผู้ชายของพี่เอ็มที่หลั่งไหลเป็นสาย จนอดคิดไม่ได้ว่าเขาต้องต่อสู้ฝ่าฟันกับอะไรมาบ้างหนอ
“ตอนนี้ผมมองไปที่ตลาดโลก เพราะคนที่ชอบกาแฟของผมส่วนมากมีแต่คนต่างชาติ มันอาจจะดูเป็นฝันที่เกินตัวไปหน่อยและตัวผมเองก็ยังไม่รู้ว่าจะไปยังไง แต่บอกเลยว่าจะไป ในแง่ธุรกิจก็ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนสำคัญและเป็นส่วนหลักก็คือผมจะนำกาแฟจันทบูรและเมืองจันท์ไปกับผมด้วย จะพาสมุนไพร พาอาหาร พาขนมที่เราจะปลูกจะทำกันไปด้วย ซึ่งในส่วนของกาแฟ ผมบอกเลยว่ามันดีจริงๆ ผมเชื่อมั่นลิ้นตัวเอง แล้วคนที่มาชิมทั้งคนไทยคนต่างชาติหลายคนก็บอกว่ามันดีจริงๆ ผมทำมา 6 ปีแล้วและจะไม่ทำอย่างอื่น จะอยู่จะตายกับกาแฟจันท์นี่แหละ”
แนะนำแรงๆ เลยค่ะว่าคนรักกาแฟต้องไปเยี่ยมเยียนร้านพี่เอ็มให้ได้สักครั้ง รับประกันว่าจะได้ดื่มกาแฟคุณภาพดี รสชาติเยี่ยม พร้อมได้บทสนทนาดีๆ จากคนคุณภาพที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแพสชั่น

จันทร์ผ่อง
แก้วซิกเนเจอร์ของร้านที่พี่เอ็มบอกว่าเกิดจากแนวคิดให้คนดื่มรับรู้ถึงความอร่อยตั้งแต่ครั้งแรกที่ดื่ม
“ผมมั่นใจว่าทุกคนจะต้องชอบ ยังไม่เคยมีใครไม่ชอบแก้วนี้ เพราะว่าผมคิดมาแล้วครับ ไม่ว่าคุณจะชอบกาแฟแบบไหน ก็จะต้องชอบแก้วนี้”
ความประทับใจเริ่มตั้งแต่ตามองเห็นฟองกาแฟที่เปรียบเสมือนพระจันทร์สีน้ำตาลนวลผ่องในแก้ว จิบแรกสัมผัสได้ถึงความนุ่มละมุนของฟองกาแฟอุ่นๆ และเมื่อพระจันทร์ไหลลงสู่ด้านล่างที่เป็นนมสูตรพิเศษมาพร้อมอุณหภูมิเย็นกำลังดี ทั้งรสชาติและอุณหภูมิจะหลอมรวมเข้าด้วยกันเกิดเป็นความกลมกล่อม นุ่มนวล นัว ละมุน เนียนนุ่มดีงามไปหมดทั้งรสชาติและผัสสะ จนยกให้เป็นหนึ่งในกาแฟนมที่อร่อยครบกลมกล่อมที่สุดตั้งแต่เคยดื่มมา

มะปี๊ดจันทรา
ตัวแทนของกาแฟจันทบูรที่ ‘มีความฟรุตตี้ ติดเปรี้ยวน้อยๆ’ ผสมกับของดีจันท์อีกชนิดอย่าง ‘มะปี๊ด’ เป็นอเมริกาโน่เย็นที่เสิร์ฟมาแบบแยกเป็น 3 ชั้นชัดเจน และมากับคอนเส็ปต์ดื่มครั้งที่ 1 2 3 จะให้รสชาติแตกต่างกัน ครั้งแรก ชั้นบนสุดเป็นฟองนมที่เหมือนได้เปิดโสตทำความรู้จักกันแบบนุ่มนวลเบาบาง ครั้งที่ 2 ชั้นกลาง ตื่นใจกับกาแฟเข้มๆ ติดเปรี้ยวปลายๆ และครั้งที่ 3 ชั้นล่าง น้ำมะปี๊ดเปรี้ยวๆ ที่จะผสมเข้ากับสองชั้นบน กลายเป็นรสชาติที่รวมเอาความนวล ความเข้ม ความเปรี้ยวเข้าไว้ด้วยกัน เข้มข้นและสดชื่นเหมาะกับยามบ่าย

The Chanthaboon Coffee กาแฟจันทบูร
พิกัด ถนนริมน้ำจันทบูร จันทบุรี
แผนที่ https://maps.app.goo.gl/RevGgCZ5H3duLYhr5
เปิด-ปิด 08.00 -17.00 น. (ทุกวัน)
โทร 099 287 9556
Contributor
Recommended Articles
Recommended Videos
