เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

 

food story

น้ำชา บัวลอย ไข่ต้ม อาหารแฝงนัยยะในพิธีแต่งงานจีน

Story by ศรีวิการ์ สันติสุข

ความหมายแฝงในของกินมงคลที่พิธีแต่งงานแบบจีน

จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน เราจึงได้เห็นขนบธรรมเนียมแบบจีนที่ยืนยงคงทนท้ากาลเวลามากมาย หนึ่งในนั้นที่เรียกว่าแฝงนัยยะได้ลึกซึ้ง ทั้งยังสะท้อนถึงรากฐานความคิดความเชื่อของชาวจีนได้ชัดเจนก็คือ พิธียกน้ำชา และ กินขนมอี๊ ในงานแต่งงาน

 

 

 

 

ทำไมต้องยก ‘น้ำชา’

 

 

 

 

คนจีนกับน้ำชาเป็นของคู่กัน ไม่เพียงเป็นเครื่องดื่มสามัญประจำบ้าน ชาวจีนยังเชื่อว่าชาเป็นสัญลักษณ์ของความแน่วแน่ บริสุทธิ์ ลูกดก และความสุข ดั่งคำจีนโบราณ ‘茶不移本,植必生子’ แปลตรงตัวได้ว่า ‘ต้นชาไม่ย้ายที่ เมื่อปลูกแล้วต้องออกผลอย่างแน่นอน’ คำกล่าวนี้เกิดขึ้นในอดีตกาลที่คนจีนเชื่อว่าต้นชาจะงอกได้ก็ด้วยการเพาะเมล็ด เมื่อเมล็ดชางอกเป็นต้นกล้า หากมีการย้ายกล้าไปปลูกที่อื่น กล้าชาต้นนั้นจะตาย ปลูกไม่รอด นี่เองคือที่มาของความหมายของความแน่วแน่ คนจีนจึงใช้เป็นสัญลักษณ์ความรักระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวว่าต้องมีความแน่วแน่มั่นคงดั่งต้นชา

 

 

 

 

ชาไม่ได้มีบทบาทเพียงในพิธียกน้ำชา แต่เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนสู่ขอกันเลย เพราะแม่สื่อฝ่ายชายจะส่งชาให้ฝ่ายหญิงเป็นของหมั้นหมาย หากฝ่ายหญิงรับชา แปลว่ายอมรับการการหมั้นหมาย (หากไม่ยอมรับต้องคืนชากลับไปให้ฝ่ายชาย) หลังยอมรับการหมั้นหมาย ก็จะต้องมี ‘พิธีดื่มชา’ ที่ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงจะใช้ลำไยอบแห้งชงชาต้อนรับแม่สื่อฝ่ายชาย ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติและเป็นอันเข้าใจว่าฝ่ายหญิงยินยอมตกลงปลงใจกับฝ่ายชาย การดื่มชานี้ยังมีความหมายแฝงว่าฝ่ายหญิงจะรักและซื่อสัตย์ต่อฝ่ายชายเพียงผู้เดียวตราบจนวันตาย

 

 

 

 

เมื่อถึงวันแต่งงาน ก็จะมี ‘พิธียกน้ำชา’ หรือ ‘ขั่งแต๊’ (敬茶) ที่เป็นพิธีกรรมสำคัญในงานแต่งงานตามประเพณีจีน โดยคู่บ่าวสาวจะยกน้ำชาเพื่อกราบไหว้เทพเจ้าและบุพการี ถ้วยที่หนึ่งเป็นน้ำเม็ดแป๊ะก๊วยใช้กราบไหว้เทพเจ้า ถ้วยที่สองเป็นน้ำพุทราจีนใช้กราบไหว้บิดามารดาเพื่อแสดงความขอบคุณที่เลี้ยงมาจนเติบใหญ่ ถ้วยที่สามเป็นน้ำชาสำหรับคู่บ่าวสาวดื่ม เพื่อขอพรต่อเทพเจ้า ขอให้เทพเจ้าคุ้มครองและอวยพรให้ครองคู่กันจนแก่จนเฒ่า ซึ่งบ่าวสาวต้องดื่มรวดเดียวให้หมดถ้วย ถือเป็นอันจบพิธียกน้ำชา

 

 

 

 

 

 

 

 

รสชาติที่แฝงด้วยคำอวยพร

 

 

 

 

หลังจากดื่มชาแล้ว บ่าวสาวยังจะต้องกิน ‘ขนมอี๊’ ที่ถือเป็นของมงคลตามหลังด้วย

 

 

 

 

น้ำชา

 

 

 

 

มักใช้ชาจีน เช่น ชาอู่หลง หรือชามะลิ โดยสิ่งที่ทำให้ชามงคลต่างจากชาทั่วไป คือการใส่พุทราจีน หรือ ‘ซังจี้’ และเม็ดลำไยแห้ง หรือ ‘ก๋วยเจ็ง’ ลงไปต้มด้วย พุทราจีน สื่อถึงความร่ำรวยและการมีลูกชายในเร็ววัน เพราะชื่อในภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่า ‘เช้า’ หรือ ‘เร็ว’ ลำไยแห้ง สื่อถึงความกลมเกลียว ความหวานชื่น และดวงตาที่สว่างไสว

 

 

 

 

ขนมอี๊

 

 

 

 

ถ้าชาคือนางเอกในพิธี ‘ขนมอี๊’ หรือบัวลอยจีนเม็ดสีชมพูในน้ำเชื่อมขิง ที่แตกต่างจากบัวลอยทั่วไปตรงมักจะทำเป็นเม็ดกลมเกลี้ยง ไม่มีไส้ เพื่อเน้นสัญลักษณ์ของความกลมเกลียว ก็คือพระเอกในพิธีแต่งงานโดยทรงกลมสื่อถึงความสมบูรณ์แบบและการมาพบกัน สีแดง/ชมพู เป็นสีแห่งความโชคดีและความรุ่งโรจน์ส่วนรสหวาน เปรียบดั่งการอวยพรให้ชีวิตคู่มีแต่ความหวานชื่น ไม่มีเรื่องขมขื่นมากล้ำกราย

 

 

 

 

ไข่ต้มในน้ำเชื่อม

 

 

 

 

ไข่สื่อถึงการเกิดใหม่และการมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง สมัยโบราณใช้ไข่ไก่เพียง 1 ฟองต่อถ้วย แต่ปัจจุบันนิยมใช้ 2 ฟองต่อถ้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อเรื่องเลขคู่ บ้างยึดธรรมเนียมว่าบ่าวสาวต้องกินไข่หมดทั้งฟองในคำเดียว ห้ามใช้ช้อนตักหรือแบ่งไข่ออกจากกันเพราะถือเป็นการตัดความสัมพันธ์ โดยเชื่อกันว่าถ้าคู่บ่าวสาวกินไข่ทั้งฟองจะได้ลูกคนแรกเป็นลูกชาย แต่บางธรรมเนียมก็ให้กินเพียงครึ่งฟองหรือกัดแค่พอเป็นพิธี โดยการกินเหลือไว้สื่อถึงความมีกินมีใช้จนเหลือเฟือ เป็นการถือเคล็ดว่าชีวิตคู่จะไม่ขัดสน

 

 

 

 

ไข่อาจจะกินหมดหรือไม่หมดแล้วแต่ธรรมเนียมของแต่ละบ้าน แต่ที่ห้ามกินหมดแน่ๆ คือขนมอี๊ อร่อยแค่ไหนก็ต้องเหลือติดก้นชามไว้ 4 หรือ 8 เม็ด เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าบ่าวสาวจะมีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ไม่มีวันหมดสิ้นเช่นกัน

 

 

 

 

ภาพ: https://blog.tutorabcchinese.com/chinese-culture/what-is-tangyuan-yuan-xiao-chinese-food

 

 

 

 

ที่มา: https://thai.cri.cn/app/20210311

 

 

 

 

https://www.magiclovehouse.com

Share this content

Contributor

Tags:

อาหารจีน

Recommended Articles

Food Storyแดงราชาหอยทอด หอยทอด 100 ปี กรอบนอก นุ่มใน หอยใหญ่สดเด้ง
แดงราชาหอยทอด หอยทอด 100 ปี กรอบนอก นุ่มใน หอยใหญ่สดเด้ง

หอยทอดอายุร้อยปี อร่อยเลื่องลือสมชื่อ 'ราชา'

 

Recommended Videos