เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

 

food story

แม็กซีน อินทิพร กับการส่งต่อพลังชีวิตสีเขียวและคุณค่าของผักพื้นบ้าน

Story by ศรีวิการ์ สันติสุข

Miss ผัก ผู้ยืนยันว่าการปลูกและกินผักสดจากต้นคือการเฉลิมฉลองพลังแห่งธรรมชาติ

จากนักแสดงและนางแบบ จู่ๆ แม็กซีน อินทิพร แต้มสุขิน ก็กลายมาเป็นอินฟลูฯ ผู้เปลี่ยนภาพจำของผักที่เคยเป็นเพียงแค่เครื่องเคียงให้กลายเป็นตัวเอกบนจานอาหารได้อย่างน่าอัศจรรย์ คนในโซเชียลมีเดียโดยเฉพาะสายสุขภาพคุ้นชินกับภาพของเธอที่มักมาพร้อมผักใบเขียว ทั้งเดินเด็ดจากต้นส่งเข้าปาก การกินมะระแล้วบอกว่า “หวาน” ไหนจะการบอกว่า “ไม่มีผักชนิดไหนที่กินไม่ได้” จนได้รับขนานนามให้เป็น ‘Miss ผัก’

 

 

 

 

สายๆ วันหนึ่ง ฉันจึงเดินทางไปหาเธอที่บ้านเพื่อพูดคุยถึงจุดเริ่มต้นและเรื่องราวของผักที่เธอรัก แม็กซีนส่งยิ้มสดใสให้เป็นการต้อนรับก่อนจะพาเดินดูบรรดาผักกว่า 70 ชนิด ใช่! 70 ชนิด! ที่เธอปลูกไว้รอบบ้าน มีทั้งผักไทย ผักฝรั่ง สมุนไพร ไปจนถึงดอกไม้ทั้งกินได้และตกแต่งจาน เธอเดินไปเล่าไป เด็ดมะเขือเทศที่สุกพอดีไป ตัดมะเขือที่สะพรั่งเต็มต้นไปด้วยความสุขแบบที่เราเห็นผ่านโซเชียลอยู่บ่อยๆ พร้อมยืนยันว่าการได้เห็นผักเจริญเติบโตออกดอกออกผลและได้เก็บกินสดๆ จากต้นคือการ ‘เฉลิมฉลองพลังชีวิตจากธรรมชาติ’

 

 

 

 

 

 

 

 

เริ่มกินผักจริงจังขนาดนี้ได้อย่างไร

 

 

 

 

แม็กโตมาในยุค 90s ค่ะ ยุคที่ไม่มีสิทธิ์เลือกกินมากนัก บนโต๊ะอาหารผู้ใหญ่กินอะไรเราก็กินแบบนั้น เราเติบโตมากับวัฒนธรรมที่ไม่มี ‘มื้อเด็ก’ แยกจาก ‘มื้อผู้ใหญ่’ เลยทำให้แม็กกินผักได้เป็นปกติ ไม่เกี่ยง ไม่เลือกกินมาตั้งแต่เด็ก เพียงแต่ตอนนั้นเราเป็นครอบครัวคนจีน ก็จะได้กินแต่ผักเดิมๆ ซ้ำๆ

 

 

 

 

จุดเปลี่ยนจริงๆ คือช่วงอายุ 15-16 ปี พอได้ออกมาใช้ชีวิต ทำงาน ได้ไปจังหวัดต่างๆ บวกกับชอบเดินตลาดพื้นบ้าน มันเหมือนการเปิดโลกเลยนะ เราค้นพบว่าผักไม่ได้มีแค่คะน้า กวางตุ้ง หรือผักกาดขาว แต่ผักพื้นบ้านไทยมีมากมายและมีครบทุกรสชาติ ทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ขม ฝาด ฉุน ยิ่งศึกษา ยิ่งทำงานกับชุมชน เราก็ยิ่งสนุก เพราะผักเหล่านี้ทำให้รสชาติอาหารมีความหลากหลายและน่าตื่นเต้นมากค่ะ

 

 

 

 

รู้สึกอย่างไรกับฉายา ‘Miss ผัก’

 

 

 

 

ก็รู้สึกดีนะคะ แต่แม็กไม่ได้ตั้งใจนะ เพราะมันคือวิถีชีวิตของเราอยู่แล้ว สำหรับคนอื่น การกินผักอาจดูเป็นเรื่องพิเศษหรือต้องพยายาม แต่สำหรับแม็กมันคือเรื่องปกติที่ทำทุกวัน บังเอิญว่าเราชอบนำเสนอผักใหม่ๆ ที่คนไม่เคยเห็น บวกกับแม็กเป็นคนชอบกินผักรสขม ชอบปลูกผักรอบบ้าน บางทียังแอบคิดนะว่าต่อมรับรสขมเราน่าจะพังมั้งคะ (หัวเราะ) เพราะเรากินแล้วเรารู้สึกว่ามันอร่อยจริงๆ จนคนสงสัยว่า “ทำไมกินอันนี้แล้วถึงอร่อย?”

 

 

 

 

ผักชนิดไหนเป็น First Love ที่ทำให้คุณตกหลุมรักผัก

 

 

 

 

โอ้ (คิดนาน) ตอบยากมากค่ะ เพราะแม็กกินผักมาตลอด นึกไม่ออกเลยว่าผักชนิดแรกที่ทำให้รักคืออะไร…

 

 

 

 

งั้นถ้าเป็นโมเมนต์ที่ว้าวที่สุดล่ะ

 

 

 

 

อันนี้ตอบได้เลย คือตอนที่ปลูกผักเองแล้วได้ตัดมากินทันที อย่างมะเขือพวงที่คนมักจะบอกว่าฝาดหรือขม แต่ถ้าเด็ดสดๆ จากต้นมากินเลยนะ… มันหวานมาก! หรือแตงกวาที่เพิ่งตัดจากต้นจะมีรสเปรี้ยวนิดๆ ที่ปลายลิ้น แม็กว้าวกับเรื่องที่ว่าผักที่เราปลูกเอง เก็บกินเอง มันมี ‘พลังชีวิต’ ที่ส่งต่อรสชาติและกลิ่นธรรมชาติได้อย่างมหัศจรรย์ที่สุด กลิ่นกับรสชาติที่สดใหม่มันสะท้อนถึงธรรมชาติจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คุณเริ่มปลูกผักจริงจังช่วงโควิดใช่ไหม ตอนนั้นมีจุดเริ่มต้นหรือแรงบันดาลใจยังไง

 

 

 

 

โควิดมันทำให้เราไปไหนไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ ก็เลยหาอะไรทำค่ะ ตอนนั้นแม็กอยู่บ้านกับคุณแม่ ก็เริ่มจากปลูกผักเล็กๆ ก่อน พวกกะเพรา โหระพา เพราะเอาจริงนะ เมื่อก่อนแม็กมีความคิดเหมือนทุกคนเลยว่าเราเป็นคนมือร้อน ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้นหรอก แต่พอได้ลองปลูกจริงๆ ถึงรู้ว่าคำว่ามือร้อนไม่มีจริงค่ะ มันขึ้นอยู่กับดินและความใส่ใจล้วนๆ

 

 

 

 

มีช่วงหนึ่ง แม็กไปงานเกษตรแฟร์ แล้วซื้อกล้วยมา 2 ต้น เอามาวางไว้หลังบ้าน ปรากฏว่ากล้วยมันไม่ใช่แค่ขึ้น แต่มันขึ้นไม่หยุด (หัวเราะ) ผ่านไป 2 ปี มีกล้วยเต็มบ้านเลยเกือบ 10 ต้น พอเราเห็นผลผลิต ก็เริ่มมีกำลังใจค่ะ จากสวนที่เคยรกๆ แม็กก็ค่อยๆ ปรับปรุงใหม่ ตั้งใจทำให้เป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ผักรอบบ้านตอนนี้มีประมาณ 70 กว่าชนิดได้ เน้นปลูกเพื่อเอาไว้กินเองจริงๆ ช่วงไหนมันฟูมากๆ มีความสุขมาก

 

 

 

 

กลายเป็นพื้นที่สีเขียวเล็กๆ ในบ้านที่ส่งผลต่อความสุข….

 

 

 

 

สำหรับแม็กมันน่าอัศจรรย์ใจมากนะ คือเราไม่เคยคิดเลยว่าพื้นที่สีเขียวเล็กๆ แค่นี้จะทำให้เรามีความสุขได้มากขนาดนี้ การได้เห็นอะไรบางอย่างเจริญเติบโต เห็นเขาค่อยๆ แตกใบเปลี่ยนไปทุกวัน มันส่งผลต่อใจเรามาก ยิ่งพอเราปลูกเอง ดูแลเอง มันคือพลังงานดีๆ ที่ส่งต่อมาถึงเราในทุกเช้าที่ตื่นมาดูเขาเลยค่ะ มันทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตเรามีจังหวะที่ช้าลงแต่มีความหมายมากขึ้น และที่สำคัญคือทำให้เราเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้แม้จะอยู่ในบ้านกลางเมือง

 

 

 

 

จัดการแปลงผัก 70 กว่าชนิดในบ้านยังไงให้รอดและงามขนาดนี้

 

 

 

 

แม็กจะบอกเสมอว่าหัวใจของการปลูกผักผลไม้คือดินค่ะ ถ้าดินดี ผักจะโตเองแบบไม่ต้องเหนื่อยเลย ก็เลยเน้นการเตรียมดินให้ร่วนซุย มีอินทรีย์วัตถุเยอะๆ แม็กทำปุ๋ยหมักจากเศษผักในครัวเองด้วยนะ อะไรที่เหลือจากการแต่งผักเราก็เอามาคืนสู่ดิน เป็นวงจรธรรมชาติจริงๆ

 

 

 

 

ส่วนเรื่องการจัดการแปลง แม็กใช้หลักการปลูกผสมผสาน จะไม่ปลูกผักชนิดเดียวกันเรียงกันเป็นแถวยาวๆ แบบฟาร์มเคมี เพราะนั่นคือการบุฟเฟต์ให้แมลงเลย (หัวเราะ) ใช้วิธีปลูกสลับกัน มีสมุนไพรกลิ่นแรงๆ อย่างกะเพราหรือคุณนายตื่นสายแทรกอยู่ เพื่อช่วยไล่แมลงและดึงดูดแมลงดีๆ เข้ามา ช่วยให้สวนของเรามีระบบนิเวศที่สมดุล และที่สำคัญคือต้องช่างสังเกตค่ะ เดินดูเขาทุกเช้า ต้นไหนน้ำไม่พอ ต้นไหนโดนเพลี้ยบุก เราสามารถจัดการได้ทันท่วงทีโดยไม่ต้องใช้สารเคมี

 

 

 

 

สำหรับคนเมืองพื้นที่น้อยแต่อยากปลูกผัก มีเทคนิคแนะนำไหม

 

 

 

 

เริ่มจากกระถางเล็กๆ เลยค่ะ ชอบกินอะไรให้ปลูกอันนั้น จะได้มีกำลังใจรอผลผลิต ผักอย่างกะเพรา โหระพา ต้นหอม พวกนี้ปลูกได้แม้แต่ในคอนโด แล้วก็ไม่เกี่ยวเลยนะว่าเรามือร้อนหรือเย็น ทุกอย่างอยู่ที่ดินและความใส่ใจ ดินไม่ดีปลูกยังไงก็ไม่ขึ้น และความใส่ใจก็คือการสังเกต ทำเหมือนที่เราเลี้ยงสัตว์เลี้ยงนั่นแหละค่ะ

 

 

 

 

แต่ไม่แนะนำให้ปลูกผักชีนะ! ห้ามปลูกเลย (หัวเราะ) ปลูกยากมาก แม็กพยายามแค่ไหนก็ไม่สำเร็จ ยอมแพ้จริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เคยกินผักชนิดไหนที่ตื่นเต้นจนหน้าเปลี่ยนไหม

 

 

 

 

แม็กตื่นเต้นเรื่องของ ‘ผักที่เป็นชู้กัน’ เป็นเรื่องของภูมิปัญญาที่ผักบางอย่างเมื่อกินด้วยกันแล้วรสชาติจะส่งเสริมกันอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างผักรู้นอนหรือผักครุฑที่รสขมมาก แต่พอกินคู่กับลาบเหนือ รสขมหายไปเลย กลายเป็นรสชาติที่เข้ากันที่สมบูรณ์แบบ หรืออย่างยอดกระถินที่กินคู่กับหอยนางรมแล้วให้รสหวาน มันคือความอัศจรรย์ของธรรมชาติ

 

 

 

 

กินผักได้ทุกอย่างแบบนี้ เคยมีประสบการณ์ ‘แป้ก’ หรือเรื่องแย่ๆ กับผักบ้างไหม

 

 

 

 

มีค่ะ! (หัวเราะ) ประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงคือตอนไปถ่ายงานที่วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ที่อู่ทอง แม็กเห็น ‘มะเขือแจ้’ ลูกใหญ่สีเหลืองสวยมาก ด้วยความที่เรามั่นใจว่ากินผักได้ทุกอย่าง ก็หยิบมากัดเป๊าะเลย ปรากฏว่ามันทั้งขื่น ทั้งซ่าคอจนกินไม่ไหว นั่นคือบทเรียนว่าผักบางชนิดมีวิธีกินเฉพาะตัว อย่างมะเขือแจ้ต้องเอามาล้างน้ำเกลือเพื่อกำจัดความขื่นออกก่อน จำไม่ลืมเลยค่ะว่าผักไม่ได้เด็ดกินสดๆ ได้ทุกอย่างนะ (หัวเราะ)

 

 

 

 

ตั้งแต่ทำเพจและแชร์เรื่องราวการกินผักมา มีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณประทับใจบ้าง

 

 

 

 

หลายเรื่องมากค่ะ แต่ที่ใจฟูที่สุดคือเวลาที่มีแฟนเพจส่งข้อความมาบอกว่าหนูกินผักเพราะพี่เลย หรือบางคนส่งรูปจานอาหารที่มีผักเยอะๆ มาอวดเราว่าเขาเริ่มเปิดใจกินผักพื้นบ้านตามที่เราแนะนำแล้วนะ คือการที่เราเป็นจุดเล็กๆ ที่เปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของใครบางคนได้ มันเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่กว่ายอดไลก์อีก

 

 

 

 

อีกเรื่องคือเวลาไปเดินตลาดเช้า แล้วคุณป้าคุณแม่ที่ขายผักเขาจำเราได้ เขาเดินเข้ามาขอบคุณเราที่ช่วยเอาผักพื้นบ้านราคา 10-20 บาท มานำเสนอให้มันดูน่ากิน ให้คนรู้จักมากขึ้น บางคนบอกว่าตั้งแต่น้องแม็กเอาไปลง คนก็มาถามหาซื้อผักชนิดนี้เยอะขึ้น มันทำให้แม็กรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำไม่ได้แค่ช่วยให้คนกินสุขภาพดี แต่มันช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนเล็กๆ ช่วยต่อลมหายใจให้เกษตรกรไทยด้วย กลายเป็นพลังใจที่ทำให้แม็กอยากทำต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อะไรคือสิ่งที่อยากผลักดันมากที่สุดในฐานะ Miss ผัก

 

 

 

 

ความหลากหลายทางชีวภาพในจานอาหารไทยค่ะ แม็กอยากให้คนไทยเลิกคิดว่าผักต้องมีแค่คะน้าหรือผักบุ้ง แต่อยากให้ลองหันมามอง ‘ผักพื้นบ้าน’ ที่อยู่ตามท้องถิ่นต่างๆ เพราะผักเหล่านี้คือขุมทรัพย์ทางอาหารที่แข็งแรงและปลอดภัยที่สุด ถ้าเราสร้างความต้องการให้ผักพื้นบ้านได้ เกษตรกรก็จะมีกำลังใจปลูก ความหลากหลายทางพันธุกรรมของพืชไทยก็จะยังคงอยู่ ไม่หายไปตามกาลเวลา

 

 

 

 

อีกเรื่องคือการกินเพื่อส่งต่อพลัง แม็กอยากให้คนเข้าใจว่าผักที่มีพลังชีวิตสูงๆ คือผักที่ปลูกด้วยดินที่ดีและเก็บสดใหม่ มันส่งผลต่อพลังงานในร่างกายเราจริงๆ แม็กอยากให้ทุกคนเชื่อว่าการมีสุขภาพดีคือสิ่งที่ทุกคนสร้างเองได้ที่บ้านค่ะ

 

 

 

 

นอกจากผักพื้นบ้าน คุณก็ยังให้ความสำคัญกับการกินผักตามฤดูกาลด้วย…

 

 

 

 

แม็กเชื่อว่าธรรมชาติเขาฉลาดและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดมาให้เราในเวลาที่เหมาะสมแล้ว การกินผักตามฤดูกาลมันคือ ‘วิชาตัวเบา’ ของร่างกายเลยนะ อย่างเช่นหน้าร้อน ร่างกายเราจะสะสมความร้อนไว้เยอะ ธรรมชาติก็ส่งแตงกวา แฟง ฟัก หรือผักที่มีน้ำเยอะๆ เป็นผักฤทธิ์เย็นมาช่วยดับร้อนและปรับสมดุลน้ำในร่างกายเรา

 

 

 

 

พอเข้าหน้าฝน ร่างกายเรามักสะสมความชื้น ทำให้เราป่วยง่ายหรือแน่นหน้าอก ธรรมชาติก็ให้พืชผักสีส้มสีเหลือง หรือพวกผักที่มีรสเผ็ดร้อนเบาๆ มาช่วยไล่ลมและบำรุงปอด ส่วนหน้าหนาว ที่คนมักป็นหวัด ก็จะมีมะรุม สะเดา ขี้เหล็ก ที่มีรสขมฝาดมาช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและล้างพิษในเลือด

 

 

 

 

แม็กว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ถ้าเรากินผักตามฤดูกาล เราจะได้กินผักที่อร่อยที่สุด สารอาหารครบที่สุด ในราคาที่ถูกที่สุด แถมยังช่วยลดการใช้สารเคมีในแปลงผักด้วย เพราะผักที่โตตามฤดูกาลเขาจะแข็งแรงสู้ศัตรูพืชได้เองตามธรรมชาติ

 

 

 

 

มองวงการการกินผักในไทยปัจจุบันอย่างไร

 

 

 

 

แม็กอยากสนับสนุนให้คนไทยหันมากินผักที่ปลูกในประเทศให้มากขึ้นค่ะ ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องราคาที่ย่อมเยา แต่เพราะผักที่โตในดินบ้านเรา มีจุลินทรีย์ที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของคนในพื้นที่นั้นๆ มากที่สุด และถ้าเราไม่ช่วยกันกิน ผักพื้นบ้านไทยหลายชนิดก็จะค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา

 

 

 

 

เดินทางเยอะ มีวัฒนธรรมผักประเทศไหนที่ประทับใจบ้างไหม

 

 

 

 

ล่าสุดแม็กเพิ่งกลับจากไต้หวันค่ะ ประทับใจมากที่ทุกร้านอาหารจะมีตู้เครื่องเคียงเป็นผักให้เราเลือกเอง 100% ไม่ว่าจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางหรือร้านใหญ่ๆ ซึ่งแม็กอยากให้ร้านอาหารในไทยนำไอเดียนี้มาใช้บ้าง เหมือนวัฒนธรรมการมีกระจาดผักของภาคใต้บ้านเราค่ะ ถ้าทุกร้านมีออปชั่นเป็นผักลวกหรือผักเคียงให้เลือกเยอะๆ ชีวิตคนกินผักคงสนุกขึ้นมาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความเข้าใจผิดเรื่องผักที่อยากแก้ไขที่สุดคืออะไร

 

 

 

 

ความเชื่อที่ว่า ‘ผักน่าเบื่อ’ หรือ ‘ผักต้องขมและเหม็นเขียว’ แม็กอยากบอกว่าผักสนุกได้และอร่อยได้มากนะ! ถ้าเราเปิดใจและรู้วิธีการปรุง มันคือความลักชัวรีในราคาประหยัดที่สุดที่เราสามารถมอบให้สุขภาพได้เลย

 

 

 

 

คำแนะนำสำหรับคน ‘ไม่กินผัก’ แต่อยากเปิดใจ

 

 

 

 

เริ่มจากกิมจิหรือส้มผักค่ะ เพราะกระบวนการหมักดองจะช่วยลดรสชาติรุนแรงของผักลง เพิ่มความกรุบกรอบ มีรสเปรี้ยวเค็มที่กินง่าย แล้วยังได้โปรไบโอติกที่ดีต่อร่างกายด้วย เป็นการเปิดโลกการกินผักที่ง่ายที่สุด

 

 

 

 

แม็กเองก็กำลังจะทำกิมจิแรปขาย น่าจะอีกสัก 2-3 เดือน ตอนนี้ฝึกทำกิมจิวนไปจนเซียนแล้ว (หัวเราะ) อย่างที่บอกว่าอยากให้คนกินผักกันเยอะๆ ก็เลยเริ่มจากตัวนี้ ที่น่าจะกินง่าย แล้วเราเป็นคนชอบกินอะไรรวมๆ กันในคำเดียว มันง่าย สะดวก ครบ ก็เลยจะทำออกมาในรูปแบบแรป

 

 

 

 

มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับผักที่อยากบอกต่อไหม

 

 

 

 

การล้างและการเก็บค่ะ หลายคนไม่กินผักเพราะขี้เกียจล้าง แนะนำให้เสียเวลาล้างทีเดียวตอนซื้อมา ล้างผ่านน้ำไหล แช่เบกกิ้งโซดาหรือน้ำส้มสายชู และที่สำคัญที่สุดคือต้องปั่นให้แห้ง แม็กใช้ที่ปั่นสลัดดีดน้ำออกให้แห้งสนิท ห่อทิชชู่อเนกประสงค์ใส่ถุงซิปล็อกเก็บในตู้เย็น วิธีนี้จะทำให้ผักสดนานเป็นสัปดาห์ พอจะกินก็หยิบมาปรุงได้เลยทันที ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ!

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามแม็กซีนได้ที่:

 

 

 

 

FB: https://www.facebook.com/maxdicine/?locale=th_TH

 

 

 

 

IG: https://www.instagram.com/maxdicine/

Share this content

Contributor

Tags:

ปลูกผักกินเอง, ผักพื้นบ้าน, ผักสด

Recommended Articles

Food Story10 อันดับผักดีที่สุดในโลก
10 อันดับผักดีที่สุดในโลก

ผัก 10 ชนิดที่นักวิจัยบอกว่าดีที่สุดในโลก

 

Recommended Videos