
คาเฟ่ที่มีเลมอนเป็นซิกเนเจอร์กับบรรยากาศเหมือนนั่งอยู่กลางถนน
ในฐานะสาวเปรี้ยวปรี๊ดแห่งทีม KRUA.CO เมื่อได้ยินชื่อร้าน Lemon Curd & Co คนเปรี้ยวๆ อย่างฉันก็ถึงกับตาตื่นตาโต เพราะว่าเราเป็นคนเปรี้ยวปรี๊ดจริงๆ ส้ม เลม่อน มะนาว มะขาม มะปี๊ด นี่ของโปรดของชอบทั้งนั้น บีบมะนาวใส่ปากกินเล่นก็บ่อย แล้วเมื่อเจอร้านเบเกอรี่ที่แปะหน้า ‘เลมเมิ่น’ มาซะขนาดนี้ เราก็ต้องไม่พลาด
ฉันไปถึงร้านที่นอกจากจะตกแต่งได้อย่างน่ารักด้วยคู่สีเขียว-ครีมสุดละมุน ทำเลยังปังสุดๆ เพราะตั้งอยู่บริเวณหัวมุมของสามแยกมิตรไมตรี เมื่อมองผ่านกระจกใสบานใหญ่เต็มผนังด้านหน้าออกไปจะได้บรรยากาศเหมือนนั่งจิบกาแฟแกล้มขนมอยู่กลางถนน เพราะมีทั้งรถที่วิ่งจากไปและรถที่กำลังวิ่งพุ่งสวนเข้ามา เป็นวิวพาโนราม่าเมืองที่ตื่นตาตื่นใจชวนให้อะดรีนาลีนพลุ่งพล่านไม่ซ้ำใครจริงๆ


“สาขาใหม่ของเราที่นี่ได้รับความสนใจมาก ส่วนหนึ่งก็มาจากโลเคชั่นนี่แหละครับ” ปิง-ณัฐพล ตังเดชะหิรัญ เจ้าของร้านเล่า “ด้วยความที่เป็นตัวอาคารเก่าที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามอยู่แล้ว แล้วเราก็เปลี่ยนทางเข้าไปอยู่ด้านข้าง เพื่อเปิดด้านหน้าให้เห็นวิวข้างนอกได้เต็มตา นอกจากจะให้ความรู้สึกเหมือนนั่งกินกาแฟกลางถนน บานหน้าต่างบานใหญ่ตรงนี้เราก็มองเป็นเหมือน ‘จอภาพยนตร์’ ที่ฉายเรื่องราวของชีวิตประจำวันในละแวกนี้ ได้เห็นนักเรียนเดินข้ามถนน คู่รักสูงอายุเดินจูงมือกัน หรือชาวต่างชาติขี่จักรยานผ่านไปมา”


หลายคนอาจเพิ่งได้ยินชื่อ Lemon Curd & Co เมื่อไม่กี่เดือนก่อน พร้อมภาพสุดโดดเด่นของร้านแห่งนี้ที่มองผ่านกระจกบานใหญ่ไปสู่ท้องถนนเบื้องหน้า แต่จริงๆ แล้วที่นี่คือสาขาที่ 3 เพราะปิงเปิด Lemon Curd ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2016 ในชื่อ Lemoncurd Tearoom อยู่ที่ชั้นล่างของ The Spades Hotel ถ.บรรทัดทอง โดยมี ‘เลมอนเคิร์ด’ แยมเลมอนผสมเนยสำหรับกินกับสโคนเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน พอถึงช่วงโควิด-19 ก็มีการเปิดสาขาสอง Lemoncurd Bread and Coffee ที่ซอยตานี ใกล้กับตลาดบางลำพู โดยเน้นไปที่กาแฟและเบเกอรี่มากขึ้น พร้อมแตกไลน์สินค้าเพื่อความผ่อนคลาย (Relaxation Products) อย่างสเปรย์อโรม่า ครีมทามือ สบู่ล้างมือ เพิ่มเติม


และก็มาถึงสาขาที่ 3 ที่เพิ่งเปิด Lemon Curd & Co มากับคอนเสปต์ที่รวบรวมเอาความโดดเด่นของทั้ง 2 สาขาก่อนนี้มารวมตัวกัน นั่นคือ ชา กาแฟ เบเกอรี่ และสินค้า อันเป็นที่มาของคำว่า & Co นั่นเอง ฉะนั้น เมื่อมาที่นี่ สิ่งที่จะได้แน่ๆ ชาดี กาแฟคัดสรรเมล็ดที่ดี และเบเกอรี่ที่หลากหลายยิ่งขึ้น เพราะปิงยังคงพัฒนาสูตรอย่างต่อเนื่อง
“ผมชอบคิดไปเรื่อย ไปเที่ยว หรือเจออะไรก็เอามาคิดต่อ” ปิงว่า “ถ้าเป็นเบเกอรี่ก็จะมีทั้งคิดจากเบสของเลมอนและเลมอนเคิร์ดและเบเกอรี่มาตรฐานทั่วไป แต่ถ้ามีการแตกไลน์ใหม่อย่างพวกสินค้า ก็จะต้องมีเลมอนเป็นส่วนผสมด้วยเพราะว่าเป็นซิกเนเจอร์ของเรา อย่างสเปรย์อโรม่าหรือครีมทามือก็จะเป็นกลิ่นเลม่อน หอมเปรี้ยวๆ ผ่อนคลาย เบเกอรี่ผมก็ผสมผสานจากหลายๆ สูตร ญี่ปุ่นก็มี แล้วปรับให้เหมาะสมกับวัตถุดิบที่หาได้ในประเทศไทย และให้ได้รสชาติกลมกล่อมแบบที่เป็นมาตรฐานของร้าน”

ปิงเลือกเลมอนเคิร์ดหรือแยมเลมอนที่มีการผสมเนยลงไปด้วยเพื่อทาบนสโคน เป็นซิกเนเจอร์ของร้านตั้งแต่แรก เพราะมองว่ายังไม่ค่อยมีใครทำนัก และเมื่อเลมอนเคิร์ดของเขากลายเป็นที่นิยม จึงมีการต่อยอดสู่ Lemon Tart (150 บาท) โดยใช้เลมอนเคิร์ดรสเปรี้ยวนิดหวานน้อยหอมเนยมาเป็นไส้ เมื่อจับคู่กับฐานทาร์ตที่กรอบกรุบรสชาติเค็มนิดๆ และวิปครีมนุ่มละมุนหวานน้อยๆ ด้านบน กลายเป็นรสชาติเปรี้ยว หวาน เค็มที่กลมกล่อมลงตัว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจึงเป็นขนมที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน

Lemon Cake (120 บาท) อีกหนึ่งชิ้นขายดีที่ปิงทำมาให้กินคู่กับชาตั้งแต่ร้านแรก หน้าตาเก๋ไก๋ เพราะไม่ได้เป็นเค้กที่โปะหน้าแยมเลมอนแบบทั่วไป แต่มาในรูปแบบสปอนจ์เค้กชิ้นน่ารัก ด้านในเป็นไส้เลมอนเคิร์ดตัวดัง เสิร์ฟคู่กับวิปครีมหอมๆ นุ่มๆ หวานละมุน

แต่ก็ใช่ว่าทั้งร้านจะมีแต่เลมอน เบเกอรี่ที่ ‘หลากหลายยิ่งขึ้น’ ที่ปิงพูดไว้ แปรรูปออกมาเป็น Rum Raisin Butter Sando (150 บาท) ขนมชิ้นใหม่ล่าสุดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเบเกอรี่ญี่ปุ่นและมีเฉพาะสาขานี้เท่านั้น หน้าตาเหมือนบิสกิต ไส้ตรงกลางเป็นครีมไวท์ช็อกโกแลตบัตเตอร์ผสมรัมเรซิน รสชาติหวานนวลกลมกล่อม เนื้อขนมปังก็เนียนนุ่มไม่แตกร่วน กินคู่กับชาเข้ากันมากๆ

มาที่เครื่องดื่มกันบ้าง ในส่วนของกาแฟ มีการคัดเลือกเมล็ดกาแฟที่ร้าน Specialty ใช้โดยเน้นราคาไม่สูงจนเกินไป มีให้เลือก 2 เบลนด์ คือ คั่วกลางและคั่วเข้ม เมนูฮิตอย่าง Caramel Macchiato (120 บาท) แม้จะเลือกคั่วกลางแล้วแต่ก็ต้องบอกว่าเข้ม หอม ชัดเจน ใครไม่ดื่มกาแฟก็มีชาและมัทฉะที่คัดสรรแหล่งผลิตมีคุณภาพในราคาเข้าถึงได้เช่นกัน ปิงบอกว่าทั้งชา กาแฟ และมัทฉะ ถูกออกแบบมาให้กินคู่กับขนมของร้านได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะกับเหล่าเค้กมาตรฐานอย่างเค้กมะพร้าว เค้กมัทฉะ เค้กช็อกโกแลตแมคคาเดเมีย แครนเบอร์รี่ชีสเค้ก ที่มากับรสชาติหวานน้อย


แต่ที่ฉันติดใจคือเครื่องดื่มหมวด non-coffee อย่าง Miss You Honey (125 บาท) เลมอน น้ำผึ้ง โซดา และ Passion Runway (125 บาท) เสาวรส น้ำผึ้ง โซดา ที่ฟังส่วนผสมแล้วก็ดูปกติธรรมดาสามัญ แต่ขอให้มาลอง โดยเฉพาะแก้วหลังนั้น หอมเสาวรส พร้อมเนื้อเสาวรสเปรี้ยวๆ สดชื่นเต็มปากเต็มคำ ถูกใจสาวเปรี้ยวเป็นที่สุด และแม้จะ non-coffee แต่ใครอยากเติมคาเฟอีนก็ได้ เพราะสามารถเพิ่มช็อททั้งเอสเปรสโซและมัทฉะได้ตามชอบ ได้รสชาติในการดื่มไปอีกแบบ

Lemon Curd & Co
พิกัด: หัวมุมถนนไมตรีจิต แยกหัวลำโพง
Maps: https://maps.app.goo.gl/Q9RdWWYD16NQuBMt5
เปิด-ปิด: 08:00 – 18:00 น. (จันทร์และอังคาร) / 08.00 – 20:00 น. (พุธ – อาทิตย์)
FB: Lemoncurd and Co
Contributor
Tags:
Recommended Articles
Recommended Videos
