เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

 

food story

กะปิไม่ดี ไม่มีข้าวคลุกกะปิ

Story by ทีมบรรณาธิการ

ข้าวคลุกกะปิสูตรมัดใจลูกสาว ของคุณแม่ฟูลไทม์

มาเล่าให้อ่านเพลินๆ เรื่อง ‘ข้าวคลุกกะปิ’ เป็นเมนูโปรดของทุกคนที่บ้าน แต่ข้าพเจ้าทำไม่บ่อย เนื่องจากข้าวคลุกกะปิ เป็นอะไรที่จุกจิก หลายขั้นตอน เครื่องเยอะ ครั้นจะทำแบบง่ายๆ เครื่องไม่ครบก็ไม่อยากทำ

 

 

 

 

ด้วยว่าลูกข้าพเจ้าเป็นเด็กที่กินยาก เลือกกินอยู่เสมอ เธอมักพูดว่าไม่มีใครทำข้าวคลุกกะปิอร่อยเท่าแม่ทำเลย เธอก็บรรยายว่า หมูหวานของแม่จะรสนุ่มกลมกล่อมไม่หวานแหลม เพราะแม่ใช้น้ำตาลมะพร้าวกับน้ำตาลโตนดในการเคี่ยวหมูหวานและใช้หมูส่วนสันคอซึ่งจะมีความมันความนุ่มพอดี 

 

 

 

 

เธอบรรยายต่อว่าข้าวคลุกกะปิของแม่ ข้าวจะหอมกะปิ ไม่เหม็น เพราะใช่เลย! แม่ใช้กะปิขัดน้ำอย่างดี ตอนผัดข้าวแม่ผัดใส่กระเทียมและหอมเจียวลงไป ข้าวจึงหอมมากๆ และข้าวที่ใช้จะเป็นข้าวหอมมะลิเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้บรรจบเรื่องเครื่องครบ และการพานพบของกะปิอย่างดี จึงได้ลงมือทำ ครั้นจะทำกินกันสองคนคงจะไม่ทำแน่ๆ ทำทั้งทีต้องเรียกคนรอบตัวมากิน ทำเย็นนี้เผื่อมื้อเช้าด้วย เรียกว่าคุ้มค่ากับพลังงานที่เสียไป 

 

 

 

 

ข้าพเจ้าเริ่มจากทำหมูหวานก่อน พร้อมกับเจียวหอมเจียวไปด้วย หมูหวานใช้สันคอหรือส่วนอื่นๆ ก็ได้ หั่นเต๋าพักไว้ก่อน ตั้งกระทะ ใส่น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลโตนด น้ำตาลสัก 3 ช้อนโต๊ะ ต่อหมู 400 กรัม ชอบหวานก็เติมเพิ่ม ใส่น้ำตาล น้ำนิดหนึ่ง ตั้งไฟจนน้ำตาลกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มๆ ใส่หมูที่หั่นเต๋า ผัดให้เข้ากัน หากดำไม่พอเติมซีอิ้วดำหวาน ใส่พริกไทยเพิ่มความหอม น้ำปลานิด ซีอิ้วขาวมากหน่อย ให้ออกรสหวานนิด เค็มหน่อย เคี่ยวจนหมูมันวาว ใส่หอมเจียว ปิดไฟ

 

 

 

 

 

 

 

จากนั้นตีไข่ตามปริมาณสมาชิกที่จะกิน ตีแบบไข่เจียวตอนตีไม่ต้องยกส้อมเหนือไข่ เติมเกลือนิด พริกไทยหน่อย ตีให้เข้ากัน ใช้กระทะแบนทาน้ำมันบางๆ ใช้ไฟอ่อน กระทะร้อนเทไข่ลงไปแค่ครึ่งเดียว เขย่าเบาๆ ให้ไข่ทั่วทั้งกระทะ ไข่เกาะตัวกันดี กลับด้าน สุกดีแล้วตักขึ้น ทอดส่วนที่เหลือ (ไข่ 1 ฟองทอด 1 ครั้ง)

 

 

 

 

 

 

 

 

จากนั้นหั่นกุนเชียงเป็นชิ้นบางๆ ใส่กระทะ ใส่น้ำลงไปให้ท่วมชิ้นกุนเชียง ทอดด้วยน้ำจะนุ่ม ทอดไปเรื่อยๆ จนน้ำแห้ง จะมีน้ำมันกุนเชียงออกมา ทอดจนเกรียมเป็นอันเสร็จ หันมาจัดการกุ้งแห้งต่อ กุ้งแห้งล้างให้สะอาด แช่น้ำจนผิวนุ่มก่อน นุ่มดีแล้วใส่น้ำมันในกระทะเล็กน้อย นำกุ้งแห้งลงทอดจนกรอบ

 

 

 

 

 

 

 

ต่อไปเริ่มเตรียมเครื่องเคียงประเภทผัก วันนี้ใช้แตงกวา มะม่วงขูดเป็นเส้นเล็กๆ สับปะรดหั่นชิ้น (เข้ากันดีมากกับข้าวคลุกกะปิ) ถั่วฝักยาวซอยเล็กๆ หอมแดงซอย พริกขี้หนูสวนซอย

เครื่องเคียงเสร็จแล้วหนา มาเตรียมส่วนข้าวเป็นลำดับสุดท้าย เริ่มจากเจียวหอมแดงใส่ถ้วยเตรียมไว้ เทน้ำมันออกเหลือพอติดกระทะ ตำกระเทียมไทยใส่ลงไปในกระทะ ตามด้วยกะปิดีๆ กะปิไม่ดีไม่อร่อยเลย เราใช้กะปิขัดน้ำจากชุมพรค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

ใส่กะปิลงไปกะตามปริมาณข้าว เช่นข้าวสองจาน กะปิประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ชอบเข้มกว่านี้ก็เพิ่ม ผัดจนกะปิหอมไปสามบ้านแปดบ้าน ใส่ข้าวสวยหุงสุกลงไป ใช้ทัพพีค่อยๆ เคล้าให้กะปิเกาะตัวกับข้าวดี เคล้าจนเม็ดข้าวไม่มีสีขาว ใส่น้ำตาลทรายตัดรสเค็มนิดๆ ผัดให้เข้ากัน

 

 

 

 

ใส่หอมเจียว (อันนี้สำคัญ ใส่แล้วจะแตกต่างจากข้าวคลุกกะปิที่ขายกัน) ข้าวคลุกกะปิของเราจะยกระดับขึ้นมาเป็นตำรับชาววัง (เวง) ขึ้นมาเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

เสร็จหมดแล้ว จัดจานตามภาพเลย ที่แตกต่างไปกว่านั้นคือ ใช้สับปะรดเป็นเครื่องเคียงในจานข้าวคลุกกะปิด้วย จะครบเครื่อง เรียกว่ากินที่ใดก็ไม่เหมือนที่เราทำค่ะ ทำทีทำเยอะๆ แล้วใส่กล่องไปฝากเพื่อนบ้านด้วยค่ะ หรืออยากเปลี่ยนเป็นซูชิข้าวคลุกกะปิม้วนก็น่ากินไม่แพ้กัน 

 

 

 

 

 

 

 

เรื่องและภาพโดย: สุชาดา เจียมวิจิตร 
แม่บ้านฟูลไทม์ มีหน้าที่ดูแลบ้าน ดูแลลูก ทำอาหารให้ลูกและคนที่บ้านกิน ชอบทดลองสูตรใหม่ๆ และชอบเขียนเล่าเรื่องเกี่ยวกับการทำอาหารลงในโซเชียล

Share this content

Contributor

Tags:

ครัวชวนเขียน

Recommended Articles

Food Storyเมื่อ Meat Eater กลายพันธุ์เป็น Plant Lover
เมื่อ Meat Eater กลายพันธุ์เป็น Plant Lover

บันทึกของ วรรณแวว หงษ์วิวัฒน์ ผู้เป็นมะเร็ง และ Editor in Chief แห่ง KRUA.CO