เปิด "ตำราอาหาร" ได้ที่นี่

 

food story

Prebiotics, Probiotics, Synbiotic, และ Postbiotic คืออะไร ทำไมถึงทำให้ลำไส้ดีขึ้น?

Story by เสาวลักษณ์ เชื้อคำ

เลิกสับสนกับสารอาหารตระกูล ‘ไบโอติก’

การดูแลสุขภาพท้องไส้หรือ Gut Health ผ่านการเลือกอาหารและการปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิต กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่สายสุขภาพเริ่มให้ความสนใจกันมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงปีนี้ที่ ‘โพรไบโอติก’ กลายเป็นอาหารเสริมประจำบ้าน รวมถึงอยู่ในสินค้าดูแลความงามต่างๆ อีกสารพัด

 

 

 

 

นอกจากโพรไบโอติกแล้ว เรายังได้ยินคำในตระกูล ‘-ไบโอติก’ อื่นๆ เพิ่มขึ้นอีกหลายคำ จนทำให้สับสนว่าอะไรเป็นอะไร ทำไมถึงดีต่อสุขภาพลำไส้ แล้วเมื่อไส้สุขภาพดีแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นอีก?

 

 

 

 

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับโพรไบโอติกและผองเพื่อนไปด้วยกันค่ะ 

 

 

 

 

 

 

 

โพรไบโอติก (Probiotics)

 

 

 

 

ร่างกายของมนุษย์มีจุลินทรีย์ขนาดเล็กจิ๋วอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มีทั้งชนิดที่อาจทำให้เกิดโรค และชนิดที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกายซึ่งเรียกว่า โพรไบโอติก (Probiotics)

 

 

 

 

หน้าที่หลักของจุลินทรีย์โพรไบโอติกคือการผลิตสารที่ดีต่อสุขภาพขึ้นมา รวมถึงยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่อาจก่อให้เกิดโรคอื่นๆ จึงเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในการรักษาสมดุลลำไส้ เมื่อลำไส้สมดุลแล้ว สุขภาพโดยรวมก็จะดีขึ้นไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการขับถ่าย ภูมิคุ้มกัน ผิวพรรณ และสุขภาพจิต

 

 

 

 

นอกจากการสร้างประโยชน์ด้านสุขภาพแล้ว คุณสมบัติสำคัญอีกอย่างหนึ่งของโพรไบโอติกคือสามารถทนความเป็นกรดด่างในร่างกายมนุษย์ได้ เพราะนอกจากโพรไบโอติกที่มีอยู่ในลำไส้ มนุษย์เรายังสามารถรับโพรไบโอติกจากอาหารประเภทหมักดองต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ต นมเปรี้ยว ข้าวหมาก กิมจิ แหนม ฯลฯ ในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม อาหารหมักดองจึงไม่ใช่ของแสลง แต่เป็นอาหารพื้นฐานที่ต้องกินให้ได้อย่างสม่ำเสมอ

 

 

 

 

พรีไบโอติก (Prebiotics)

 

 

 

 

พรีไบโอติก คือใยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้ที่ลำไส้เล็ก เมื่อใยอาหารส่วนนี้ถูกส่งต่อไปยังลำไส้ใหญ่ ก็จะไปช่วยกระตุ้นการเติบโต การทำงาน และการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ชนิดดีที่อยู่ในลำไส้ เราจึงมักเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายๆ ว่า พรีไบโอติกเป็นอาหารของโพรไบโอติกนั่นเอง

 

 

 

 

พรีไบโอติกเป็นสิ่งที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ เราจึงต้องรับพรีไบโอติกจากอาหารต่างๆ เช่น กล้วยหอม กระเทียม หอมหัวใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง ผักใบเขียว กะหล่ำปลี ฯลฯ เพื่อดูแลรักษาโพรไบโอติกในลำไส้เราให้แข็งแรงอยู่เสมอ

 

 

 

 

ซินไบโอติก (Synbiotics)

 

 

 

 

ซินไบโอติก คือการรวมโพรไบโอติกและพรีไบโอติกเข้าด้วยกัน แวดวงอาหารเสริมในปัจจุบันมักเน้นผลิตซินไบโอติกมากที่สุดเพราะพรีไบโอติก (อาหาร) จะช่วยให้โพรไบโอติก (จุลินทรีย์) เหลือรอดไปถึงลำไส้ได้มากกว่าการกินเฉพาะโพรไบโอติกเดี่ยวๆ

 

 

 

 

ส่วนในอาหารทั่วไป บรรพบุรุษมนุษย์เราก็สร้างสรรค์สูตรอาหารซินไบโอติกไว้หลายเมนูอย่างลงตัว เช่น กิมจิจากเกาหลี ซาวร์เคราต์ (sauerkraut) จากเยอรมัน นัตโตะจากญี่ปุ่น และส้มผักแบบไทยๆ ที่มีทั้งใยอาหารและมีทั้งจุลินทรีย์ชนิดดีจากการหมักดอง นอกจากนี้ เรายังสร้างซินไบโอติกได้เองง่ายๆ ด้วยการจับคู่อาหารที่มีโพรไบโอติกสูงกับอาหารที่มีพรีไบโอติกสูงเข้าด้วยกัน อย่างการเติมกล้วยและข้าวโอ๊ตลงในโยเกิร์ต เป็นต้น

 

 

 

 

โพสต์ไบโอติก (Postbiotics)

 

 

 

 

เมื่อโพรไบโอติกใช้ชีวิตอยู่ในลำไส้เรา ก็จะปล่อยสารชีวภาพที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ออกมาจากกระบวนการเผาผลาญ (Metabolism) เช่น กรดอะมิโน กรดไขมันสายสั้น วิตามิน สารเหล่านั้นเรียกว่า โพสต์ไบโอติก จากการศึกษาพบว่า ร่างกายเราสามารถนำโพสต์ไบโอติกไปใช้ได้ทันที สำหรับคนที่ร่างกายไวต่อโพรไบโอติก รวมถึงเด็กเล็ก ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้พักฟื้นจากการผ่าตัด การกินโพสต์ไบโอติกยังมีแนวโน้มว่าจะได้รับผลข้างเคียงน้อยลง แต่ได้รับประโยชน์ทางสุขภาพแบบเดียวกันกับการกินโพรไบโอติกโดยตรงด้วย

 

 

 

 

นอกจากสารที่ปล่อยออกมาจากกระบวนการเผาผลาญแล้ว ซากโพรไบโอติกที่ตายแล้วก็ถือว่าเป็นโพสต์ไบโอติกด้วย เพราะผนังเซลล์ของโพรไบโอติกยังมีสารสำคัญที่ให้ประโยชน์กับร่างกายอยู่ ดังนั้นอาหารหมักดองที่ผ่านความร้อนแล้ว เช่น ซุปกิมจิ เทมเป้จี่ หรือขนมปังซาวร์โด รวมถึงอาหารหมักดองที่บ่มไว้นานๆ อย่างชีสแข็ง (Hard Cheese) แม้จะไม่มีโพรไบโอติกหลงเหลืออยู่แล้ว แต่ก็ยังเป็นแหล่งของโพสต์ไบโอติกที่ดีต่อสุขภาพอยู่เช่นกัน

 

 

 

 

นอกจาก 4 คำนี้แล้ว ปัจจุบันวิทยาศาสตร์การแพทย์และการชะลอวัยยังศึกษาผลของโพรไบโอติกที่มีต่อร่างกายมากขึ้น จึงมีคำศัพท์ใหม่เกิดขึ้นเพื่ออธิบายองค์ความรู้ใหม่เรื่อยๆ อย่างเช่น นิวทริไบโอติก (Nutribiotics) กลุ่มโพรไบโอติกที่ให้คุณประโยชน์ด้านโภชนาการ และ ฟาร์มาไบโอติก (Pharmabiotics) กลุ่มโพรไบโอติกที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา สามารถใช้ส่งเสริมสุขภาพหรือบำบัดรักษาโรคได้ โพรไบโอติกและผองเพื่อนในกระบวนการจึงถือว่าเป็นยอดอาหารแห่งอนาคตในการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่แค่เทรนด์ที่จะผ่านมาผ่านไปแบบชั่ววูบแน่นอน

 

 

 

 

ข้อมูลจาก
สุขภาพลำไส้ดี เริ่มที่รู้จักสี่ไบโอติกสำคัญ โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ภญ.จิราพร เลื่อนผลเจริญชัย ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยแพร่ใน pharmacy.mahidol.ac.th
– Probiotics in the Prevention and Management of Human Diseases. A Scientific Perspective โดย Archana Chaudhari และ Mitesh Kumar Dwivedi

Share this content

Contributor

Tags:

อาหารสุขภาพ, โพรไบโอติกส์

Recommended Articles

Food StoryGreek Yogurt VS Greek Style Yogurt แฝดคนละฝา มุนินทร์มุตตา กาสะลองซ้องปีบ
Greek Yogurt VS Greek Style Yogurt แฝดคนละฝา มุนินทร์มุตตา กาสะลองซ้องปีบ

เหมือนแต่ไม่เหมือน ดังนั้นจะมาเป็นกรีกเหมือนกันไม่ได้

 

Recommended Videos